Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2293/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกลับมากระทำความผิดโดยให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่ง เป็นการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์และไม่ยุติธรรมต่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งรายอื่น ทั้งยังเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติอีกด้วย ตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสองนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2542 กำหนดให้วันที่ 4 มีนาคม 2543 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและกำหนดให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจังหวัดยโสธรมีสมาชิกวุฒิสภาได้จำนวน 2 คนและมีผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจำนวน 15 คน เมื่อวันที่ 23กุมภาพันธ์ 2543 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองร่วมกันให้เงินจำนวน 250 บาท แก่นายเสาร์ ธรรมปัตย์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจะจูงใจให้นายเสาร์ลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่นางประภาศรี สุฉันทบุตร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเขตเลือกตั้งจังหวัดยโสธร หมายเลข 5อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลบุ่งค้า

อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เจ้าพนักงานยึดได้ธนบัตรฉบับละ50 บาท จำนวน 5 ฉบับ รวมเป็นเงิน 250 บาท ซึ่งจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ในการกระทำความผิดเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. 2541 มาตรา 44, 101 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 และริบธนบัตรของกลางจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาตรา 44(1),101 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกคนละ 1 ปี และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งสองมีกำหนดคนละ 10 ปี ริบธนบัตรของกลางจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยทั้งสองฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสองมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เป็นเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ต้องปฏิบัติหน้าที่และประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ชาวบ้าน แต่จำเลยทั้งสองกลับมากระทำความผิดเสียเอง โดยให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งรายหนึ่ง เป็นการทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์และไม่ยุติธรรมต่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งรายอื่น ทั้งยังเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติอีกด้วยตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้จำเลยทั้งสองนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้วฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปีก่อนลดโทษนั้น หนักเกินไป สมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยทั้งสองเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่สภาพความผิด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปีเมื่อลดโทษให้จำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คนละกึ่งหนึ่งแล้ว คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองไว้มีกำหนดคนละ6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2515/2567

หลักเกณฑ์การรอการลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) ต้องพิจารณาโทษจำคุกในความผิดที่ได้กระทำในคดีนั้น ๆ ว่าต้องคำพิพากษาให้จำคุกเกิน 6 เดือนหรือไม่ ซึ่งหมายถึงโทษจำคุกสุทธิก่อนบวกโทษที่รอการลงโทษในคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน และโจทก์บรรยายฟ้องในส่วนของการขอเพิ่มโทษว่า ก่อนคดีนี้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 16 เดือน 15 วัน ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2567

จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 (1) (2) และ (5) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้รอการกำหนดโทษและคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ มีกำห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4235/2567

จำเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่ผู้เสียหายตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดเป็นเงื่อนไขเพื่อควบคุมความประพฤติของจำเลยไว้ เป็นกรณีที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติที่ศาลกำหนดตาม ป.อ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้