Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2292/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่ความท้ากันให้ศาลวินิจฉัยว่า เอกสารที่จำเลยจะนำส่งศาลเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โจทก์ยอมแพ้คดี ต่อมาเมื่อจำเลยส่งเอกสารต่อศาล แม้โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าเป็นเอกสารปลอม แต่เมื่อศาลเห็นว่าจากเอกสารนั้นเองพอจะพิจารณาว่าเอกสารปลอมหรือไม่แล้ว ศาลย่อมพิพากษาคดีตามคำท้ายนั้นได้ โดยไม่จำต้องไต่สวนเสียก่อนว่าเอกสารนั้นปลอมหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน จำเลยทั้งสองลอบนำที่ดินของโจทก์ไปขึ้น น.ส.๓ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑แบ่งแยกที่ดินตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๗๓ เนื้อที่ ๒๘ ไร่ ๒ งาน ๔๐ ตารางวาให้โจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

จำเลยให้การว่า ที่นาพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของนางคำมีมารดาจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ซื้อที่ดินจากนายอินซึ่งอยู่ติดกับนางนางคำมี ๕ ไร่ ได้ซื้อที่ดินนายคำทางทิศเหนือของที่พิพาท ๔ ไร่ นางคำมิได้ยื่นคำร้องต่ออำเภอยางตลาด ทำนิติกรรมยกนาพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ ทั้งหมด ชั้นพิจารณา โจทก์แถลงต่อศาลท้าจำเลยว่า ถ้าจำเลยนำสารบบหลักฐานการยกให้ คู่ฉบับของหนังสือสัญญายกให้ สำเนาประกาศ ใบรับรองว่าได้ปิดประกาศแล้ว (เฉพาะคำรับรองนี้ ถ้าหาย ให้เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหายมาเป็นหลักฐาน) มาส่งมอบศาลภายใน ๑๐ วัน นับแต่วันนี้ หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารที่จำเลยนำมาดังกล่าวเป็นเอกสารการยกให้ที่แท้จริง ถูกต้องตรงกับหนังสือสัญญายกให้ที่จำเลยส่งมอบต่อศาลในวันนี้

โจทก์ยอมแพ้ จำเลยแถลงยอมรับคำท้า และแถลงว่า ถ้าจำเลยนำเอกสารดังกล่าวมาแสดงต่อศาลไม่ได้ภายใน ๑๐ วัน จำเลยยอมแพ้ และถ้านำเอกสารดังกล่าวข้างต้นมาได้แล้ว หากศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช้เอกสารคู่ฉบับที่แท้จริง จำเลยยอมแพ้ ศาลอนุญาตให้โจทก์จำเลยท้ากันได้ตามขอ ต่อมาอำเภอยางตลาดได้ส่งเอกสารตามที่จำเลยแถลงรับคำท้าต่อศาลจำนวน ๑๘ ฉบับ ศาลหมาย ล.๒ ถึง ล.๑๙ โจทก์ตรวจดูเอกสารแล้วยื่นคำร้องคัดค้านว่าเป็นเอกสารปลอม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ว่า ปัญหาว่าเอกสารปลอมหรือไม่ปลอมอยู่นอกคำท้า

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำท้ายของโจทก์มีข้อความว่า "ถ้าจำเลยนำสารบบหลักฐานการยกให้ ฯลฯ มาส่งมอบศาลภายใน ๑๐ วันนับแต่วันนี้ หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเอกสารที่จำเลยนำมาดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง ถูกต้องต้องตรงกับหนังสือสัญญายกให้ที่จำเลยส่งมอบต่อศาลวันนี้ โจทก์ยอมแพ้ ฯลฯ" คำท้าของโจทก์เป็นการท้าให้จำเลยส่งมอบหลักฐานต่อศาลและให้ศาลมีอำนาจพิจารณาว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงตรงกับเอกสารที่จำเลยส่งมอบไว้แล้วหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้ตรวจดูเอกสาร ล.๒ ถึง ล.๑๙ แล้วเห็นว่า พอจะพิจารณาว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงหรือไม่ไปได้แล้ว จะให้นัดฟังคำพิพากษา คำสั่งศาลชั้นต้นจึงเป็นคำสั่งตรงตามคำท้าซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยปัญหาที่ว่า เอกสารที่ส่งตามคำท้าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ โดยอาศัยพิจารณาจากเอกสารเหล่านั้นเป็นการเพียงพอแล้ว และศาลำฎีกาเห็นว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงถูกต้องตรงกับหนังสือยกให้ที่จำเลยอ้างส่งต่อศาล โจทก์จึงต้องแพ้คดีตามคำท้า

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (สงวน สิทธิไชย อุดม จาละ ปรีชา สุมาวงศ์)()ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายกอบเกียรติ รัตนพานิชศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2530

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยขายฝากให้แก่โจทก์ระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงว่าคดีตกลงกันได้ ฝ่ายจำเลยจะหาเงินมาซื้อที่ดินและบ้านพิพาทคืนภายในเวลา 2 เดือน แล้วโจทก์จะถอน ฟ้องแต่เมื่อจำเลยไม่ชำระ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 27292)

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ แก่โจทก์ จำเลยให้การว่ามิได้ผิดสัญญาและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนสืบพยานคู่ความท้ากันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยาน เพียงประเด็นเดียวว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2528 (เลขอ้างอิง 103513)

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่ามิได้ผิดสัญญาและโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ก่อนสืบพยานคู่ความท้ากันให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยไม่ต้องสืบพยาน เพียงประเด็นเดียวว่าโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2487/2528

ทายาททำหนังสือรับภาระหนี้สินของเจ้ามรดกต่อเจ้าหนี้แล้วไม่ชำระเจ้าหนี้ฟ้องขอให้บังคับตามหนังสือนี้แล้วทำยอมกัน ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดโจทก์ซึ่งได้รับ แต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาลจะมาฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้