Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22919)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยนำชี้ให้เจ้าพนักงานศาลทำแผนที่พิพาทในคดีอื่นว่าที่ดินพิพาทในคดีนี้เป็นของจำเลยและมรดกของสามีจำเลยคนละครึ่งนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3โจทก์ทั้งสามฟ้อง และโจทก์ที่ 3 แก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของที่ดินคนละ 1 แปลง เมื่อเดือนมีนาคม 2527 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายหุนสามีของจำเลยซึ่งถึงแก่กรรม โดยกล่าวอ้างว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสามเป็นทรัพย์มรดกของนายหุน และในเดือนมิถุนายน 2527 จำเลยในฐานะส่วนตัวและฐานะผู้จัดการมรดกของนายหุนได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบุตรของจำเลยทั้งสองคนตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 323/2527 หมายเลขแดงที่ 938/2527 ของศาลชั้นต้น โดยกล่าวอ้างและนำชี้ให้เจ้าพนักงานศาลทำแผนที่พิพาทว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสามเป็นของจำเลยและมรดกของนายหุนคนละครึ่ง

ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ทั้งสามจำเลยทั้งสามสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า ที่ดินพิพาททั้งสามแปลงเป็นของจำเลยและนายหุนสามีของจำเลย... ที่จำเลยนำเจ้าพนักงานศาลไปรังวัดเพื่อทำแผนที่พิพาทเป็นการทำไปตามสิทธิจึงไม่โต้แย้งต่อสิทธิของโจทก์ทั้งสาม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามมีอำนาจฟ้อง และพิพากษาว่าที่ดินหมายเลข 2 หมายเลข 4 และหมายเลข 5 ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 เป็นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยนั้น โจทก์ทั้งสามยืนยันว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสาม โดยโจทก์ที่ 1 เบิกความว่า เมื่อปี พ.ศ. 2504 นายหุนได้ยืมเงินของโจทก์ที่ 1 ไปจำนวน 1,350 บาท ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 โดยได้รับมอบที่ดินพิพาทหมายเลข 2 ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1และที่ดินหมายเลข 3 ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 18 ไร่ ให้โจทก์ที่ 1 ยึดถือไว้เป็นการประกันหนี้ต่อมาปี พ.ศ. 2506 โจทก์ที่ 1 ได้ทวงถามให้นายหุนชำระหนี้ นายหุนไม่มีเงินชำระหนี้ จึงได้นำที่ดินหมายเลข 2 และหมายเลข 3 ตีใช้หนี้โจทก์ที่ 1 ได้ครอบครองทำประโยชน์และนำสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ตามแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6)

เอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 ต่อมาปีพ.ศ. 2516 โจทก์ที่ 1 ได้ขายที่ดินหมายเลข 3 ให้แก่นายแป้นซึ่งเป็นบุตรของนายหุนกับจำเลยในราคา 15,000 บาท สำหรับที่ดินหมายเลข 2โจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์และนำสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาจนทุกวันนี้ ตามแบบรายการที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.6) เอกสารหมาย จ.6 แบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) เอกสารหมาย จ.6 และใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่เอกสารหมาย จ.7 โจทก์ที่ 2 เบิกความว่า เมื่อปีพ.ศ. 2503 นายหุนได้ขายที่ดินพิพาทหมายเลข 4 ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 ให้แก่โจทก์ที่ 2 ในราคา 1,000 บาท แต่ไม่ได้มีการทำสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือต่อกัน

เมื่อโจทก์ที่ 2 มอบเงินให้นายหุนแล้ว นายหุนก็ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์ที่ 2 โดยชี้เขตที่ดินให้โจทก์ที่ 2 ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินหมายเลข 4ตลอดมา และเป็นผู้นำสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่และเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ตามแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6) เอกสารหมาย จ.9, จ.10 แบบแสดงรายการที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) เอกสารหมาย จ.11แบบแสดงรายการที่ดินเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5)เอกสารหมาย จ.12 ใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ เอกสารหมาย จ.13และโจทก์ที่ 3 เบิกความว่า เมื่อปี พ.ศ. 2508 นายหุนได้ยืมเงินโจทก์ที่ 3 ไปจำนวน 1,400 บาท ตามสัญญากู้เอกสารหมาย

จ.14 โดยได้มอบที่ดินพิพาทหมายเลข 5 ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.1 ให้โจทก์ที่ 3 ยึดถือไว้เป็นการประกันหนี้ ต่อมาปี พ.ศ. 2509 โจทก์ที่ 3ได้ทวงถามให้นายหุนชำระหนี้ นายหุนไม่มีเงินชำระหนี้ จึงได้นำที่ดินพิพาทหมายเลข 5 ตีใช้หนี้ โจทก์ที่ 3 ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทดังกล่าวและนำสำรวจเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ และเป็นผู้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาตามแบบสำรวจเนื้อที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6) เอกสารหมาย จ.15, จ.16 นอกจากนี้โจทก์ยังมีนายแผง ทองจัตุ นายเฉลียว มณฑล ซึ่งมีที่ดินอยู่ใกล้เคียงกับที่ดินพิพาท นายพนม จันทร์ประโคน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งที่ดินพิพาทตั้งอยู่ เบิกความสนับสนุนคำเบิกความของโจทก์ทั้งสาม

นายแป้นอยู่สาโก บุตรชายของจำเลยเองก็เบิกความเป็นพยานโจทก์สนับสนุนคำเบิกความของโจทก์ทั้งสามอีกด้วยตามคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของนางเอื้อม มณฑล มารดานายเฉลียวยื่นคำขอนายอำเภอนางรองเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2519 เพื่อให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินแปลงข้างเคียงด้านทิศตะวันตกที่ดินหมายเลข 5 โจทก์ที่ 3 ได้ไประวังแนวเขตในฐานะผู้มีสิทธิในที่ดินหมายเลข 5 ตามเอกสารหมาย จ.17 เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกันประกอบด้วยเหตุผล ทั้งมีพยานเอกสารสนับสนุน นายแผงนายเฉลียว นายพนม ต่างเป็นพยานคนกลางไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใดนายแป้นบุตรจำเลยเองยังเบิกความสนับสนุนคำเบิกความของโจทก์พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ที่จำเลยนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยกับนายหุนสามีทำมาหาได้ร่วมกัน

นายหุนไม่เคยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งสามนั้น พยานจำเลยคงมีแต่ตัวจำเลยนายน้อม ปักษาชาติ น้องชายจำเลย และนายสมนึก ทิวผักแว่น เบิกความลอย ๆ ไม่มีพยานเอกสารสนับสนุน เอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.3 ที่จำเลยอ้างเป็นพยานก็ระบุเพียงว่าที่ดินที่นำไปจำนองและไถ่ถอนเป็นของนายหุน มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ แต่ก็ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทะเบียนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไว้ ที่ดินแปลงดังกล่าวอาจเป็นที่ดินมือเปล่าที่ยังไม่ได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ก็เป็นได้ เพราะถ้าหากมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์การทำนิติกรรมดังกล่าวก็ควรระบุรายละเอียดไว้ ส่วนนายอ่ำ ปักษาชาติ น้องชายจำเลยพยานจำเลยอีกคนหนึ่งกลับเบิกความว่าที่ดินพิพาทจะมีเอกสารสำคัญหรือไม่ไม่ทราบ ได้ยินว่าเคยขายไปแล้ว พยานหลักฐานของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือ พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสามมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสาม ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การที่จำเลยนำชี้ให้เจ้าพนักงานศาลทำแผนที่พิพาทในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 938/2527 ว่าที่ดินพิพาทในคดีนี้ว่าเป็นของจำเลยและมรดกของนายหุนคนละครึ่งนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสามแล้ว ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · ประชา บุญวนิช · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้