Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2286/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยซึ่งถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ของตนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าเป็นการขายที่ไม่ชอบ เป็นกรณีที่จำเลยร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจจัดการทรัพย์สินของจำเลยซึ่งตกเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว ตามมาตรา 22 จำเลยจึงมีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวได้คดีสืบเนื่องจาก

เนื้อความคำพิพากษา

การที่จำเลยซึ่งถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ของตนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าเป็นการขายที่ไม่ชอบ เป็นกรณีที่จำเลยร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 146 ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจจัดการทรัพย์สินของจำเลยซึ่งตกเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว ตามมาตรา 22 จำเลยจึงมีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวได้คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 2พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 3/3ผู้ร้องและจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องทำนองเดียวกันว่า

การขายทอดตลาดดังกล่าวเป็นการขายที่ไม่ชอบ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกหรือเพิกถอนการขายทอดตลาดและให้ขายทอดตลาดใหม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันว่า การขายทอดตลาดชอบแล้ว ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและจำเลยทั้งสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกเลิกการขายทอดตลาดที่ดินและตึกพิพาทแล้วดำเนินการขายทอดตลาดใหม่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่27 ธันวาคม 2532 เจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งปฏิบัติการแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดเลขที่ 1965 ตำบลปทุมวัน

อำเภอปทุมวัน (สำเพ็ง) กรุงเทพมหานครของจำเลยที่ 2 ก่อนขายทอดตลาดได้ประกาศแจ้งวันนัดให้ผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปทราบแล้ว ผู้รับมอบอำนาจของจำเลยทั้งสองร่วมอยู่ในการขายด้วย มีผู้สนใจฟังการขายประมาณ 200 คน และลงชื่อเข้าสู้ราคา 51 คน ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุดเป็นเงิน14,700,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ขายทอดตลาดได้เรียกผู้ซื้อทรัพย์เข้าเจรจาไม่ปรากฏว่าผู้อื่นเสนอราคาสูงกว่านี้เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขายทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 14,700,000 บาท โดยก่อนขายผู้ร้องและจำเลยทั้งสองคัดค้านราคาที่ขายต่ำไป ปรากฏตามรายงานการขายทอดตลาด เอกสารหมาย ล.4ขณะยึดทรัพย์ที่ดินแปลงนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ประเมินราคาไว้10,680,000 บาท ตามรายงานการยึดทรัพย์เอกสารหมาย

จ.พ.ท.1แผ่นที่ 2 แต่สำนักงานวางทรัพย์กลางประเมินราคาไว้ 18,880,791 บาทคดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยประการแรกว่า จำเลยทั้งสองมีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาว่าเมื่อจำเลยทั้งสองถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว จำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของตนเอง เพราะตกเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 22 ผู้รับมอบอำนาจของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์นั้น เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวเป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองร้องคัดค้านการกระทำของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย

พ.ศ. 2483 มาตรา 146 ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจจัดการทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองแต่อย่างใดจำเลยทั้งสองจึงมีอำนาจร้องคัดค้านการขายทอดตลาดทรัพย์ดังกล่าวได้ฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ซื้อทรัพย์ว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายในท้องตลาดหรือไม่ เห็นว่า..." ที่ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรให้เลื่อนการขายทอดตลาดไปก่อน เพื่อผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนอื่นจะได้มีโอกาสเข้าสู้ราคาได้อีกหากได้ราคาสูงกว่าเดิมก็จะเป็นประโยชน์แก่ทั้งจำเลยและเจ้าหนี้ทั้งปวงที่จะได้รับชำระหนี้โดยทั่วหน้า แต่ถ้าขายได้ไม่สูงกว่านี้ปัญหาข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการขายทอดตลาดโดยไม่ชอบก็จะหมดสิ้นไปโดยปราศจากข้อสงสัยจึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้