Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นคำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าและคำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ได้จดทะเบียนแล้ว พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียม การที่นายทะเบียนไม่ต่ออายุและจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความให้ตามคำขอดังกล่าวเพราะได้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิขอเงินค่าธรรมเนียมที่ชำระไปคืนจากจำเลย เพราะตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6(พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ข้อ (9) และ (12)ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นค่าธรรมเนียมในการที่ยื่นคำขอ ทั้งไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องคืนแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 46

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อจำเลย ต่อมาจึงยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนและคำขอเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนไว้พร้อมทั้งชำระค่าธรรมเนียมแก่จำเลยแต่นายทะเบียนไม่รับคำขอ โจทก์ขอค่าธรรมเนียมที่ชำระไปแล้วทั้งหมดคืน จำเลยไม่คืนให้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 17,400 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ค่าธรรมเนียมที่โจทก์ชำระเป็นค่าคำขอมิใช่เป็นค่าจดทะเบียน เมื่อโจทก์ยื่นคำขอก็ต้องชำระและกฎหมายมิได้ระบุให้จำเลยต้องคืน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดได้เคยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อกองสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า กรมทะเบียนการค้าจำเลยไว้11 คำขอ และนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่25 สิงหาคม พ.ศ. 2526 โจทก์ได้ยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนและคำขอเปลี่ยนแปลงรายการที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว พร้อมทั้งได้ชำระค่าธรรมเนียมแก่จำเลยรวม 17,400 บาท แต่ปรากฏว่านายทะเบียนไม่ต่ออายุทะเบียนให้ตามคำขอของโจทก์ เพราะเหตุที่นายทะเบียนได้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทั้ง 11 คำขอไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2526 แล้ว และโจทก์จึงขอเงินค่าธรรมเนียมคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนให้มีปัญหาในชั้นนี้ว่า จำเลยจะต้องคืนเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่โจทก์หรือไม่

พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2474 มาตรา 46 บัญญัติว่า ให้เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอำนาจออกกฎเสนาบดีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมฯและกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2521)ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 ระบุว่าให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดไว้และกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเป็นเรื่อง ๆ ไปใน (9) คำขอจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว 200 บาท และ (12) คำขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าจำพวกเดียวกัน (ก) สินค้าอย่างเดียว 500 บาท (ข) สินค้าตั้งแต่สองอย่างแต่ไม่เกินห้าอย่าง 1,000 บาท (ค) สินค้าตั้งแต่หกอย่างหรือทั้งจำพวก 3,000 บาท

ฉะนั้น คำขอของโจทก์จึงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว ข้อ (9) และ (12)ซึ่งทั้งสองข้อเป็นการกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับ "คำขอ" หรืออีกนัยหนึ่งก็คือค่าธรรมเนียมในการที่ยื่นคำขอนั่นเอง ดังนั้นผู้ขอจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเมื่อยื่นคำขอ เมื่อโจทก์จะต้องชำระจำเลยก็ย่อมมีอำนาจหน้าที่ในการที่จะรับเงินนั้นไว้ เงินที่จำเลยรับไว้แล้วจึงเป็นเงินของจำเลยที่ได้รับมาตามอำนาจหน้าที่เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องคืนแก่โจทก์ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิเรียกคืนได้ การที่จำเลยไม่รับต่ออายุเครื่องหมายการค้าให้โจทก์และจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อความที่ได้จดทะเบียนแล้วให้แก่โจทก์ไม่ทำให้จำเลยต้องมีหน้าที่คืนค่าธรรมเนียมที่รับไว้โดยชอบแล้วแก่โจทก์ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · จำนง นิยมวิภาต · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2545

การที่พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใช้ในภายหลังประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 273 มีบทบัญญัติมาตรา 110(1) ประกอบด้วยมาตรา 108 ซึ่งกำหนดให้เฉพาะการเสนอจำหน่าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8034/2544

โจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ก่อนที่จำเลยจะขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย 8 ปี เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยต่างมีคำว่า "UNIOR" รวมอยู่ด้วย คำว่า "UNIOR"ตรงกับชื่อบริษัทโจทก์คำแรก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2539

จำเลยฎีกาว่าขณะฟ้องคดีโจทก์ยังมิได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาทโจทก์จะใช้สิทธิฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ.2534มาตรา46นั้นปัญหานี้แม้จำเลยจะไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้