Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ซ.ปลูกบ้านพิพาทแล้วยกให้ผู้ร้องกับหลานอีกคนหนึ่ง ต่อมา ซ.ได้จดทะเบียนยกที่ดินที่บ้านพิพาทปลูกอยู่ให้ผู้ร้องกับหลายอีก ดังนี้ แม้การยกบ้านพิพาทให้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทำให้การให้ไร้ผล เพราะผู้ร้องได้เป็นเจ้าของรวมในที่ดิน จึงเป็นเจ้าของรวมในบ้านพิพาทซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินนั้นด้วย เมื่อจำเลยไม่มีส่วนเป็นเจ้าของในบ้านพิพาท โจทก์จึงนำยึดบ้านเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บ้านที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดมาเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้โจทก์นั้นเป็นของผู้ร้องไม่ใช้ของจำเลย ขอให้สั่งปล่อยจากการยึด

โจทก์ให้การว่า บ้านพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ปล่อยบ้านพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บ้านพิพาทนี้ได้ปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๐๖๐ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โฉนดที่ดินรายนี้ปรากฏว่ามีชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับนางเซาะ อาคำ ตามเอกสารหมาย ร.๑ และปรากฏตามสัญญาเอกสาร ร.๒ ว่านายซันได้ยกที่ดินดังกล่าวให้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องร่วมกันกับนางเซาะตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๑๕ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะนำยึดบ้านพิพาทในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗ และผู้ร้องมีนายลี นิยมราชจำเลยที่ ๑, นายมุ อาคำ จำเลยที่ ๒, นายเซาะอาคำ นายซัน สวนดี และนายบ๊ะ อาคำผู้ใหญ่บ้านมาเบิกความสนับสนุนผู้ร้อง อีกว่า นายซันเป็นผู้ปลูกสร้างบ้านพิพาทแล้วยกให้ผู้ร้องกับนางเซาะซึ่งเป็นหลานเมื่อ ๑๐ ปีเศษมาแล้ว

แม้การยกให้จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตามก็ไม่ทำให้การให้ไร้ผล เพราะต่อมาผู้ร้องได้เป็นเจ้าของรวมในที่ดินซึ่งบ้านพิพาทปลูกอยู่ จึงเป็นเจ้าของรวมในบ้านพิพาทซึ่งเป็นส่วนควบกับที่ดินนั้นด้วย จำเลยทั้งสองมิได้มีส่วนเป็นจ้าของในบ้านพิพาทแต่อย่างใด แม้โจทก์จะมีเอกสารหมาย จ.๑ ว่า จำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัวก็จะฟังไปถึงกับว่า จำเลยเป็นเจ้าของบ้านพิพาทด้วยไม่ได้ เอกสาร จ.๑ หรือทะเบียนนั้นแสดงให้เห็นแต่เพียงความสัมพันธ์ของครอบครัวเท่านั้น หาได้เป็นหลักฐานกรรมสิทธิ์แต่ประการใดไม่ สรุปแล้วศาลฎีกาเชื่อว่าบ้านพิพาทมิใช่ของจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงนำยึดบ้านพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาหาได้ไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน (ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา วิกรม เมาลานนท์ รื่น วิไลชนม์)()ศาลจังหวัดธนบุรี - นายราเชน จัมปาสุตศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2537

บ้านพิพาทหลังเดิมเป็นของบิดาและมารดาผู้ร้อง ต่อมาได้ยกให้แก่ผู้ร้องพร้อมทั้งที่ดินก่อนที่ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง หลังจากนั้นมีการต่อเติมบ้านในลักษณะถาวรต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2535

โจทก์นำยึดที่ดินพิพาทที่มีชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดพร้อมตึกซึ่งไม่มีหมายเลขบ้าน ผู้ร้องอ้างว่าที่ดินพิพาทและตึกที่ปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2534

บ้านพิพาทเป็นของจำเลยกับ ช.ร่วมกัน แม้หลักฐานทางทะเบียนจะปรากฏชื่อ ช.เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว และช.จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทให้ผู้ร้อง ก็ไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของจำเลยโอนมาเป็นของผู้ร้องด้วย เพร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2532

ผู้ร้องกับพี่สาวซื้อ ที่ดินมีโฉนด จากจำเลย โดย ทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่ง ขณะนั้นบนที่ดินมีบ้านพิพาทของจำเลยปลูกอยู่บ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน ต่อมาเมื่อผู้ร้องกับพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2524

บ้านพิพาทผู้ร้องเอาเงินที่ได้จากการขายบ้านและที่ดินซึ่งเป็นสินเดิมของผู้ร้องซื้อมา บ้านพิพาทจึงเป็นสินเดิมของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465(เดิม)ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ซึ่งตามพระรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้