Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22705)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามผลงานแต่จำเลยเป็นผู้มีอำนาจบังคับบัญชาโจทก์ในการทำงาน ดังนี้ นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับโจทก์จึงเป็นลักษณะการจ้างแรงงานหาใช่จ้างทำของไม่ การที่จำเลยจ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้โจทก์ตามผลงานที่ทำได้นั้นค่าตอบแทนดังกล่าวคงเป็นค่าจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสิบหกสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 และเรียกโจทก์สำนวนถัดไปว่าโจทก์ที่ 2 ถึงโจทก์ที่ 16 ตามลำดับ โจทก์ทั้งสิบหกฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโอนกิจการให้เอกชนดำเนินการต่อ โดยในการเลิกจ้างนี้ จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้ว แต่จำเลยไม่ได้นำเงินค่าครองชีพเดือนละ 400 บาท มารวมคำนวณด้วย จึงจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ขาดไปและจำเลยไม่จ่ายค่าครองชีพเดือนละ 400 บาท ให้โจทก์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2531 ถึงเดือนกันยายน 2531 รวม 5 เดือน เป็นค่าครองชีพค้างจ่ายคนละ 2,000 บาท อีกทั้งจำเลยยังจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย จึงขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างที่จ่ายต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายจำนวนตามฟ้องให้โจทก์

ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์แต่ละคนตามคำขอท้ายฟ้อง จำเลยทั้งสิบหกสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสิบหกไม่ใช่ลูกจ้างประจำของจำเลย แต่เป็นผู้รับจ้างทำของ โดยโจทก์แต่ละคนจะได้ค่าจ้างคำนวณตามผลงานที่ทำได้ในแต่ละวัน จำเลยไม่เคยจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยและไม่มีสิทธิได้ค่าครองชีพจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสิบหกเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยยังค้างจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์คนละ 5 เดือนเดือนละ 400 บาท เป็นเงินคนละ 2,000 บาท สำหรับค่าชดเชยจำเลยต้องรับผิดชอบจ่ายส่วนที่ขาดให้โจทก์อีกคนละ 2,400 บาท พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 16 คนละ 4,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ละคน จำเลยทั้งสิบหกสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าในการปฏิบัติงานระหว่างโจทก์ทุกคนกับจำเลย นอกจากจำเลยจะจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ทุกคนตามผลงานดังที่จำเลยอุทธรณ์มาแล้ว ข้อเท็จจริงยังได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาด้วยว่า โจทก์ทุกคนต้องมาทำงานตามวันเวลาที่จำเลยกำหนดกล่าวคือใน 1 สัปดาห์ ต้องมาทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ เริ่มทำงานเวลา 8 นาฬิกา เลิกเวลา17 นาฬิกา พักเวลา 12-13 นาฬิกา การมาทำงานต้องลงเวลามาทำงานหากไม่มาทำงานต้องยื่นใบลา ถ้าฝ่าฝืนจำเลยสามารถลงโทษได้จึงเห็นได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีอำนาจบังคับบัญชาโจทก์ทุกคนในการทำงานโดยจำเลยสามารถสั่งให้มาทำงานตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ หากโจทก์คนใดไม่ปฏิบัติตามจำเลยก็สามารถลงโทษได้ ทั้งตามวันเวลาที่กำหนดให้โจทก์ทุกคนทำงานก็ได้กำหนดไว้เป็นการแน่นอน และโจทก์ทุกคนต้องมาทำงาน

ณ สถานที่ที่จำเลยกำหนดไว้ มิใช่ว่าโจทก์ทุกคนมีอิสระจะมาทำงานหรือไปทำที่ใดก็ได้ นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับโจทก์ทุกคนจึงเป็นลักษณะการจ้างแรงงานอย่างแจ้งชัด หาใช่สัญญาจ้างทำของดังที่จำเลยเข้าใจไม่ ส่วนการที่จำเลยจ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้โจทก์ทุกคนตามผลงานที่ทำได้เป็นหลักนั้น ค่าตอบแทนดังกล่าวก็คงถือว่าเป็นค่าจ้างอยู่นั่นเอง เพราะตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 คำว่า"ค่าจ้าง" หมายความว่าเงินหรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ลำพังการที่จำเลยจ่ายค่าตอบแทนการทำงานให้โจทก์ทุกคนโดยคำนวณตามผลของงานหาทำให้นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยกับโจทก์ทุกคนกลายเป็นสัญญาจ้างทำของไปไม่ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งสิบหกศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยแก่โจทก์ที่ 13 ถึงที่ 16 โดยที่โจทก์ที่ 13 ถึงที่ 16 มิได้มีคำขอ เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 52 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ที่ 13ถึงที่ 16 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้