Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2269/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารให้จำเลย โจทก์สร้างฐานรากอาคารบางกว่าแบบแปลนที่กำหนดไว้ แม้ได้กระทำไปตามที่ผู้ควบคุมงานของจำเลยเป็นผู้สั่ง แต่เมื่อผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ควบคุมให้การก่อสร้างเป็นไปตามแบบแปลน ไม่มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลน โดยมิได้รับความยินยอมจากจำเลยหรือคณะกรรมการดูแลการก่อสร้างของจำเลย การที่โจทก์ก่อสร้างฐานรากอาคารบางกว่าแบบแปลนจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา และเมื่อโจทก์ไม่ยอมแก้ไขฐานรากให้ถูกต้อง จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาฐานรากที่โจทก์ก่อสร้างบางกว่าแบบแปลนจะแก้ไขให้ถูกต้องไม่ได้ นอกจากรื้อทิ้งแล้วก่อสร้างใหม่ ฐานรากที่โจทก์ก่อสร้างไว้จึงไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดกำไร และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงให้โจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารคริสต์จักรตกลงราคารวมทั้งค่าสิ่งของสัมภาระและค่าแรงงานเป็นเงิน 1,287,600 บาท โดยจะชำระเป็น 5 งวดตามผลของงาน โจทก์ลงมือก่อสร้างตามสัญญาและตามคำสั่งของสถาปนิกผู้ควบคุมงานของจำเลยตลอดมา จนงานก่อสร้างงวดที่ 1 เกือบแล้วเสร็จ จำเลยได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์หยุดงานก่อสร้างไว้ก่อน เพราะกรมโยธายังไม่อนุญาตให้ก่อสร้าง การสั่งหยุดงานดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงให้จำเลยมาตกลงกัน จำเลยกลับบ่ายเบี่ยงและเลิกสัญญากับโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์คือ ค่าแรงงานก่อสร้างค่าวัสดุและค่าขาดผลกำไร รวมเป็นเงิน 372,640 บาท

จำเลยให้การว่า จำเลยยังไม่ได้ตกลงให้โจทก์เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างแต่โจทก์ลงมือก่อสร้างไปก่อนเอง ต่อมาจำเลยได้รับแจ้งจากกรมโยธาว่าแบบแปลนไม่เรียบร้อยจึงให้หยุดการก่อสร้างไว้ก่อน การก่อสร้างของโจทก์ที่ทำไปนั้นผิดแบบแปลนแผนผัง จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกไม่ให้โจทก์ก่อสร้างได้โดยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 293,442 บาท กับดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะฟังว่านายจำลองผู้ควบคุมงานฝ่ายจำเลยที่ 1 เป็นคนสั่งให้โจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าที่กำหนดไว้ในแบบแปลน โดยบอกว่าทานน้ำหนักพอแล้ว และขอให้โจทก์เพิ่มขนาดเสาจาก 17 เซนติเมตรเป็น 20 เซนติเมตร ตามข้อนำสืบของโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 นำสืบว่านายจำลองมีหน้าที่เพียงควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแปลนเท่านั้น นายจำลองไม่มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดูแลการก่อสร้างซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ 1 นายยอร์ชยัง นายเคนทัส และนายจัน

ศาลฎีกาเห็นว่า นายจำลองเป็นเพียงผู้ควบคุมงานฝ่ายจำเลยที่ 1 ไม่ใช่เป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และโจทก์มิได้นำสืบว่านายจำลองมีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนได้ จึงเชื่อว่านายจำลองมีหน้าที่ควบคุมให้การก่อสร้างเป็นไปตามแบบแปลนเท่านั้น ไม่มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดูแลการก่อสร้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 มีจำเลยที่ 2 เบิกความว่า นายจำลองไม่เคยแจ้งให้คณะกรรมการดูแลการก่อสร้างทราบว่า อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างฐานรากผิดไปจากแบบแปลน และมีจำเลยที่ 2 กับนายจันเบิกความว่า จำเลยที่ 2 และนายจันเพิ่งทราบว่าโจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลนจากนายมีชัย เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2515 ส่วนโจทก์มิได้นำสืบว่าจำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 หรือคณะกรรมการดูแลการก่อสร้างของจำเลยที่ 1 ยินยอมหรืออนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลนทั้งนายณรงค์ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ก็เบิกความว่า ที่นายจำลองสั่งให้ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลนนั้น

จะได้รับความยินยอมจากจำเลยหรือไม่ ไม่ทราบ พยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังไม่ได้ว่าที่นายจำลองสั่งให้โจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลนนั้นได้รับความยินยอมหรืออนุญาตจากจำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 หรือคณะกรรมการดูแลการก่อสร้างของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 2 ไปที่สถานที่ก่อสร้างทุกวันและการที่จำเลยที่ 2 บอกนายทุ้ยทนายความว่า จำเลยที่ 2 ทราบว่า ฐานรากที่ทำไม่ถูกต้องตามแบบแปลนนั้นยังไม่พอฟังว่า จำเลยที่ 2 รู้เห็นยินยอมให้โจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลน การที่โจทก์ก่อสร้างฐานรากบางกว่าแบบแปลนโดยที่จำเลยที่ 1 หรือจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่ยินยอมหรืออนุญาต โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและโจทก์ไม่ยอมแก้ไขฐานรากให้เป็นไปตามแบบแปลนโดยอ้างว่าได้ก่อสร้างไปตามคำสั่งของนายจำลอง

จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ทั้งปรากฏว่าฐานรากที่โจทก์ก่อสร้างบางกว่าแบบแปลน จะแก้ไขให้ถูกต้องไม่ได้ นอกจากรื้อฐานรากนั้นทิ้งแล้วก่อสร้างฐานรากใหม่เท่านั้น ฐานรากที่โจทก์ก่อสร้างจึงไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 1 แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดกำไรและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจากจำเลยที่ 1 และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้