Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2267/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ้านเกิดเหตุเป็นสถานค้าประเวณี มีหญิงโสเภณีและชายที่ไป เที่ยว จำเลยทำหน้าที่คอยเปิดปิดประตูรับอยู่ที่บ้านดังกล่าว ดังนี้ จำเลยเป็นผู้ดูแลจัดการสถานค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติ ปรามการค้าประเวณีฯ มาตรา 9 ที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้รับฟังได้ว่าจำเลยดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี หรือไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันเพียงพอสำหรับดำรงชีพ เมื่อพยานโจทก์ไม่ได้เบิกความถึงข้อนี้เลย แต่ได้ความว่าจำเลยเช่าร้านติดกับที่เกิดเหตุขายก๋วยเตี๋ยวและเครื่องดื่มมา 2 ปีแล้ว จึงลงโทษจำเลยตาม มาตรา 286 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286ลงโทษตามมาตรา 286 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี ฟ้องโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณีฯ มาตรา 9 จำคุก 1 ปี ข้อห้าอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์นำสืบว่าร้อยตำรวจเอกสุรชัยตันติสุวิชวงศ์ สืบทราบว่าที่บ้านเลขที่ 927/89 ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรปรากการ จังหวัดสมุทรสาคร สถานค้าประเวณีซึ่งเลิกกิจการไปแล้วทำการลักลอบค้าประเวณีอีก จึงสั่งให้ตำรวจไปสืบสวนได้ความจริงว่าจำเลยเป็นผู้ดูแล และคอยเปิดปิดประตูบ้านรับแขกเอง ในคืนวันที่ 21 มีนาคม 2525 เวลาประมาณ 03.30 นาฬิกา จึงได้นำกำลังตำรวจเข้าจับกุม

พบจำเลยไขกุญแจให้เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นมีผู้หญิงที่คอยทำการค้าประเวณี 4 คน และมีผู้ชายเที่ยวอีกหลายคน จึงจับผู้หญิงทั้งสี่และจำเลยมาดำเนินคดีจำเลยนำสืบว่า บ้านเกิดเหตุเป็นของนางเจรียน พูลมา ให้นางสมจิตต์ ทองดี เช่า ทำเป็นสถานค้าประเวณี ต่อมาปิดกิจการไป หน้าบ้านที่ร้านค้าจำเลยเช่าจากนางเจรียน พูลมา มาขายก๋วยเตี๋ยว วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา ขณะจำเลยผัดก๋วยเตี๋ยวอยู่ในร้าน มีตำรวจประมาณ 10 คนมางัดประตูบ้านเกิดเหตุ และนำจำเลยออกจากร้านเข้าไปในบ้านด้วย จับหญิงโสเภณี 4 คนกับจำเลยไปสถานีตำรวจ แจ้งข้อหาดำเนินคดีนี้ จำเลยมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวมีรายได้เดือนละ 4,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่คู่ความนำสืบฟังได้ว่า บ้านเกิดเหตุเป็นสถานค้าประเวณีเพราะเมื่อตำรวจไปจับหญิงโสเภณี และผู้ชายที่มาเที่ยวในบ้านหลายคน จับจำเลยและหญิงโสเภณี 4 คนไปดำเนินคดี ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกมีว่าจำเลยเป็นผู้ดูแลจัดการสถานค้าประเวณี และจัดหาผู้ทำการค้าประเวณี ตามที่โจทก์ฟ้องจริงหรือไม่ โจทก์มีพลตำรวจเจน คำหรุ่น เบิกความว่า เมื่อได้รับคำสั่งจากร้อยตำรวจเอกสุรชัย ตันติสวิชวงศ์ แล้วได้ไปซุ่มดูที่บ้านเกิดเหตุเห็นมีผู้ชายเข้าออกในบ้านหลังนั้นตลอดเวลา มีจำเลยคอยทำหน้าที่เปิดปิดประตูให้ จึงมารายงานให้ร้อยตำรวจเอกสุรชัย ตันติสุวิชวงศ์ ทราบแล้วยกกำลังตำรวจไปจับกุมในคืนนั้นเอง ร้อยตำรวจเอกสุรชัย ตันติสวิชวงศ์พยานโจทก์เบิกความว่าหลังจากใช้ให้พลตำรวจเจนไปซุ่มดูเหตุการณ์ที่บ้านเกิดเหตุแล้วกลับมารายงานว่ามีผู้ชายหลายคนเข้าออก ที่บ้านเกิดเหตุ และมีชายคนหนึ่งคอยเปิดปิดประตูให้จึงนำกำลังจับกุม

สั่งให้จำเลยเปิดประตูนำตำรวจเข้าไปในบ้านเกิดเหตุพยานทั้งสองปากของโจทก์เบิกความสอดคล้องต้องกัน และไม่มีพฤติการณ์ว่าจะกลั่นแกล้งจำเลยแต่อย่างใด เมื่อบันทึกการจับกุม จำเลยก็ยอมรับสารภาพปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1 ในบ้านเกิดเหตุนอกจากหญิงโสเภณีผู้ชายที่ไปเที่ยวแล้ว คงมีจำเลยเพียงคนเดียวที่อยู่ทำหน้าที่คอยเปิดปิดประตูรับอยู่ที่บ้านหลังนั้น พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ดูแลจัดสถานค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 4 แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนข้อหาที่ว่า จำเลยดำรงชีพจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 นั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้รับฟังได้ว่า จำเลยดำรงชีพอยู่แม้เพียงบางส่วนจากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณีหรือไม่มีปัจจัยอย่างอื่นอันปรากฏสำหรับดำรงชีพ หรือไม่มีปัจจัยอันพอเพียงสำหรับดำรงชีพ แต่ไม่มีพยานโจทก์ปากใดเบิกความถึงข้อนี้เลยว่าจำเลยมีรายได้จากหญิงซึ่งค้าประเวณีจริงหรือไม่

จำเลยไม่มีปัจจัยอย่างอื่นในการดำรงชีพจริงหรือไม่ ตามที่จำเลยนำสืบได้ความว่า จำเลยเช่าร้านของนางเจรียน พูลมา ซึ่งอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ ขายก๋วยเตี๋ยวและเครื่องดื่มเป็นอาชีพมีรายได้เดือนละ 4,000 บาท ทำมาประมาณ 2 ปีแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหานี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ บุญเลี้ยง · อุดม บรรลือสินธุ์ · ยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้