Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2266/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีอาญาเรื่องบุกรุกกับคดีแพ่งขอให้ขับไล่มีประเด็นโดยตรงว่าที่พิพาทเป็นของใครเมื่อในคดีอาญาศาลฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นของ ท. จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยการเช่าคดีแพ่งจึงต้องถือตามคดีส่วนอาญาว่าที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่พิพาท ให้ส่งมอบแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและห้ามมิให้จำเลยเข้าเกี่ยวข้องต่อไป

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ได้ความว่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน2519 โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้ขอให้ขับไล่ ต่อมาเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2519จำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้และนายประพัฒน์ กุสุมานนท์ เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 518/2519 คดีหมายเลขแดงที่ 604/2520 ข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์พิพากษาก่อนคดีนี้ให้ยกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้วคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 518/2519 คดีหมายเลขแดงที่ 604/2520 ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นของพลตำรวจโทเทพ ศุภสมิต ตามตราจองที่ 114 จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยการเช่า จึงอ้างการครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้ คดีนี้จำเลยโต้เถียงว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย

จำเลยไม่เคยเช่าจากพลตำรวจโทเทพ ศุภสมิต ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงในคดีอาญาซึ่งศาลได้วินิจฉัยถึงที่สุดแล้ว คดีนี้ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 46 จึงพิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย โดยจำเลยได้ครอบครองมากว่า10 ปีแล้ว ที่พิพาทไม่สมบูรณ์จะเป็นตราจอง เห็นว่าในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 518/2519 คดีหมายเลขแดงที่ 604/2520 กับคดีนี้มีประเด็นโดยตรงอย่างเดียวกันว่าที่พิพาทเป็นของใคร ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 518/2519 คดีหมายเลขแดงที่ 604/2520 ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ฟ้องข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่ของพลตำรวจโทเทพ ศุภสมิต ตามมาตราจองเลขที่ 114 จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยการเช่า จึงอ้างครอบครองโดยปรปักษ์ไม่ได้

ดังนี้ถือว่าศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ชี้ขาดคดีส่วนอาญาแล้วว่าที่พิพาทไม่ใช่ของจำเลยครอบครองโดยปรปักษ์ คดีนี้จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร วรรณแสง · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติว่า "คดีลักทรัพย์...ยักยอก...ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืน เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา ก็ให้เรียกทรัพย์สินหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710897)

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 ที่บัญญัติให้การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาหมายความเพียงว่า ถ้ามีคำพิพากษาคดีส่วนอาญาถึงที่สุดแล้ว ในการพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้