Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อพนักงานอัยการได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอัยการได้พิจารณาเห็นว่า ควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ก็รับรองให้อุทธรณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรับรองในวันที่ยื่นอุทธรณ์ เพียงแต่ให้มีคำรับรองปรากฏให้เห็นขณะที่มีการยื่นอุทธรณ์ และถ้อยคำที่ใช้ให้มีความหมายให้เห็นว่าเป็นการรับรองข้อที่ต้องห้ามก็ชอบแล้ว ส่วนเหตุผลในการรับรองนั้นกฎหมายมิได้กำหนดแบบว่าจะต้องปรากฏในคำรับรองนั้นด้วยแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงที่โจทก์ยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ที่ว่าการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราเป็นภัยอันตรายเพราะรัฐบาลต้องใช้งบประมาณสร้างถนนในวงเงินที่สูงขึ้น...นั้นเป็นการอ้างเหตุผลเพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษเท่านั้น ไม่ใช่เป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่อ้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะถือว่าไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นเป็นการอุทธรณ์ที่ไม่ชอบหาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกซึ่งกฎหมายกำหนดให้บรรทุกน้ำหนักได้ไม่เกิน 21,000 กิโลกรัม บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนดดังกล่าว16,130 กิโลกรัม อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 294 ข้อ 56, 83

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 56, 83 จำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า คำรับรองของอัยการพิเศษประจำเขต 1 ซึ่งอธิบดีกรมอัยการมอบหมายให้เป็นผู้รับรองอุทธรณ์รับรองไว้ล่วงหน้ามิได้รับรองในวันที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้ใช้ถ้อยคำในการรับรองตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งมิได้ให้เหตุผลในการให้คำรับรอง จึงเป็นการรับรองที่ไม่ชอบ เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ตรี บัญญัติว่า"ในคดีซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 193 ทวิ... ถ้าอธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายลงลายมือรับรองในอุทธรณ์ว่ามีเหตุอันควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัย ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป" ซึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมอัยการได้พิจารณาเห็นว่าควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยข้อที่ต้องห้ามนั้นแล้ว

ก็รับรองให้อุทธรณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องรับรองในวันที่ยื่นอุทธรณ์ เพียงแต่ให้มีคำรับรองปรากฏให้เห็นขณะ ที่มีการยื่นอุทธรณ์ ก็ถือว่าเป็นการรับรองตามที่กฎหมายกำหนด และถ้อยคำที่ใช้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ตามที่กฎหมายกำหนด จะใช้ถ้อยคำใดที่มีความหมายให้เห็นว่าเป็นการรับรองข้อที่ต้องห้ามก็ถือว่าเป็นคำรับรองที่ชอบแล้ว ส่วนเหตุผลที่จะรับรองนั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาก่อนที่จะมีการรับรอง ซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องการรับรองตามที่กล่าวข้างต้น มิได้กำหนดแบบไว้ว่าจะต้องให้ปรากฏเหตุผลในการรับรองด้วยเช่น คำพิพากษาหรือคำสั่งดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(6) คำรับรองของอธิบดีกรมอัยการหรือพนักงานอัยการซึ่งอธิบดีกรมอัยการได้มอบหมายที่ไม่ได้ระบุเหตุผลในการรับรองไว้ จึงมิใช่คำรับรองที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

จำเลยฎีกาในข้อต่อมาว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ยกขึ้นมาในอุทธรณ์นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ได้พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว ข้อที่โจทก์ยกขึ้นกล่าวอ้างในอุทธรณ์นั้น เป็นการแสดงเหตุผลให้เห็นว่าดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นไม่ เหมาะสมเพราะเหตุใดเท่านั้นมิใช่การกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิด กรณีเป็นเรื่องของการอ้างเหตุขึ้นมาให้เห็น เพื่อประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษเป็นการอ้างถึงข้อเท็จจริงที่เป็นสิ่งธรรมดาทั่วไปที่ทุกคนอาจเห็นได้ ไม่ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิดที่อ้างขึ้นมาใหม่ไม่เป็นข้อต้องห้ามตามกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2531

โจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยต่างกรรมต่างวาระ รวม 63 กรรม จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย เพียง 62 กรรม โดยไม่ปรากฏว่าได้ยกฟ้องจึงไม่ถูกต้องแม้อุทธรณ์ โจทก์จะมิได้ระบุมาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7491/2568

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องก็ชอบที่จะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับอาวุธปืนของกลางที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งริบด้วยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) ประกอบมาตรา 215 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่วินิจฉัยเกี่ยวกับของกลาง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567

คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากขาดเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้