Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 22531)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ที่ดินที่จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และจำเลยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองก่อนวันที่ 4 มีนาคม 2515 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ใช้บังคับ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ซึ่งมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปยึดถือครอบครองก่อสร้างที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์โคกหนองขี้เห็น อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 กับให้จำเลยทั้งสี่และบริวารออกจากที่ดินที่ยึดถือครอบครอง

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9, 108 ทวิ(ที่ถูกเป็นมาตรา 108 ทวิ วรรคสอง) ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ข้อ 11 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 จำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 2 เดือน ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 3,600 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1,400 บาท จำเลยที่ 4 เป็นเงิน 400 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตที่ดินที่ยึดถือครอบครองไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้เข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทซึ่งตั้งอยู่ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามรายการรังวัดเอกสารหมาย จ.2 มีปัญหาวินิจฉัยข้อแรกว่า ที่พิพาทดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์หนองขี้เห็นซึ่งใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์หรือไม่ โจทก์มีนายรอด รักพร้า ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2503 และนายมั่น ขุนไธสง เป็นพยานโดยนายรอดเบิกความว่าที่ดินหมู่ที่ 4 หรือเรียกว่าบ้านขี้ตุ่น มีที่ดินสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์เรียกว่าหนองขี้เห็น อาณาเขตทิศเหนือจดลำห้วยกูนทิศตะวันออกจดที่นานายดำ เขื่อนมั่น ปัจจุบันเป็นของนายแสวงสดรัมย์

ทิศตะวันตกจดบ้านหนองแสง ทิศใต้จดหนองจาน เนื้อที่1,375 ไร่ ได้ออกไปตรวจที่ดินทำเลเลี้ยงสัตว์หนองขี้เห็น ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พบว่าจำเลยทั้งสี่ได้บุกรุกเข้ามาปลูกปอในที่ดินดังกล่าวได้ห้ามปรามแล้ว จำเลยทั้งสี่ไม่เชื่อฟังนายมั่นเบิกความว่า พยานอายุ 63 ปี มาอยู่บ้านขี้ตุ่น หมู่ที่ 4ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2489 รู้จักที่ดินสาธารณะเลี้ยงสัตว์หนองขี้เห็นเนื้อที่ 1,375 ไร่ ซึ่งทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2492 ตามสำเนาทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เอกสารหมาย จ.1 พยานได้รับเชิญจากนายรอดผู้ใหญ่บ้านให้ไปตรวจที่ดินดังกล่าว และในวันที่เจ้าพนักงานที่ดินออกไปรังวัดว่าจำเลยทั้งสี่บุกรุกที่ดินคนละกี่ไร่

พยานก็ร่วมไปด้วย เห็นว่าไม่ปรากฏว่าพยานทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มาก่อนไม่มีข้อระแวงสงสัยว่าจะแกล้งกล่าวหาปรักปรำจำเลยทั้งสี่นายรอดเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองมีหน้าที่ดูแลที่ดินสาธารณะในหมู่บ้านย่อมรู้จักที่ดินดังกล่าวดี นอกจากนี้นายมั่นพยานโจทก์อีกปากหนึ่งซึ่งมีอายุมาก ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 และยังเป็นประธานฌาปนกิจหมู่บ้านขี้ตุ่นก็เบิกความยืนยันว่า ได้ออกไปร่วมตรวจทำเลที่เลี้ยงสัตว์กับนายรอด ได้เห็นจำเลยทั้งสี่กับพวกบุกรุกเข้าไปปลูกปอในที่ดินดังกล่าวนี้ และยังได้พูดขอร้องห้ามปรามให้เลิกบุกรุก จำเลยทั้งสี่กับพวกไม่เชื่อฟัง จึงทำให้คำเบิกความของนายรอดมีน้ำหนักมั่นคง

แม้ในทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 ก็ตามเห็นว่า การขึ้นทะเบียนที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์เป็นเวลานานแล้วประมาณ 30 ปี เลขที่หมู่บ้านอาจคลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลสมัย นอกจากนั้นจำเลยทั้งสี่ก็ไม่ได้โต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ จึงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์หนองขี้เห็น ส่วนที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่า ที่ดินของจำเลยที่ 1 ได้รับยกให้มาจากนายสีเขื่อนทองซึ่งเป็นพ่อตา จำเลยที่ 2 กับที่ 3 ได้รับที่ดินมาจากนายวัน วรรณกิจ พ่อตา และจำเลยที่ 4 ว่าได้รับที่ดินมาจากนายดี วัดจำนงค์ พ่อตาเช่นเดียวกัน แม้จำเลยทั้งสี่จะมีนายจันทร์

ลือนาม ซึ่งเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เบิกความว่านายสี เขื่อนทอง นายวัน วรรณกิจ และนายดี วัดจำนงค์ได้ทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวพยานเป็นผู้รับรองในแบบแจ้งการครอบครองที่ดินเอกสารหมาย ล.1 ล.3 (2 แผ่น) และ ล.6 มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498 จำเลยทั้งสี่ได้ครอบครองโดยเปิดเผยด้วยความสงบตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่จำเลยทั้งสี่จะยกอายุความเรื่องการครอบครองขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1306ปัญหาต่อไปมีว่า การที่จำเลยทั้งสี่บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในที่สาธารณประโยชน์หนองขี้เห็นเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทที่จำเลยทั้งสี่เข้าไปยึดถือครอบครองเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน และจำเลยทั้งสี่มิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ก็ได้ความจากคำเบิกความของนายรอดและนายมั่นพยานโจทก์เองว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 บุกรุกเข้าไปปลูกปอในที่ดินพิพาทมานานประมาณ15 ปีแล้ว

ส่วนจำเลยที่ 1 ก็มีนายสี เขื่อนทอง พ่อตาของจำเลยที่ 1 เบิกความสนับสนุนยืนยันว่าได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 ทำกินมานาน 16 ปีแล้ว เมื่อได้ความว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทก่อนวันที่ 4 มีนาคม 2515ซึ่งเป็นวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ใช้บังคับ จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นที่ชายทะเล และอยู่นอกเขต น.ส. 3 ก. ของบิดาจำเลย โดยไม่ปรากฏว่าบุคคลใดมีเอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าว จึงถือว่าเป็นที่ดินของรัฐ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1592/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นที่ดินราชพัสดุ เป็นที่ดินของรัฐ และเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดินเพื่อก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13241/2558

แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนต้นยางพาราและทรัพย์สินอื่นที่สร้างอยู่ในที่ดินพิพาทออกไปจากที่ดินพิพาทก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตาม ป.ที่ดิน มาตรา 9, 108…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7536/2557

ที่ดินของจำเลยและที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินแปลงอื่นแบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงใหญ่ โดยตกลงให้มีการกันที่ดินทุกแปลงเป็นทางเดินเพื่อออกสู่ซอยราชดำเนิน 3 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของที่ดินในกลุ่มนี้และผู้รับโอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6616/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองป่าที่ดินภูเขากระโดน อันเป็นที่ดินของรัฐ โดยเป็นที่ราชพัสดุ กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมธน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้