คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยทำสัญญาให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินของจำเลยโดยให้ค่านายหน้าร้อยละ ๕ และส่วนที่ขายได้เกินตารางวาละ ๒.๗๕ บาท ให้เป็นของโจทก์ด้วย ความในสัญญาตอนหนึ่งมีว่า ถ้าจำเลยขายได้เองหรือมีผู้นำเอาไปขายได้แล้วสัญญาฉะบับนี้เป็นอันใช้ไม่ได้ ทำสัญญาได้แล้ว ๘ เดือน โจทก์ก็ยังขายที่ไม่ได้จำเลยจึงถนนยาวตลอดที่แบ่งที่ออกเป็น ๑๐ แปลง และมีผู้อื่นขายไปได้ ๘ แปลงแล้ว ราคาตารางวาละ ๓ บาทเสียค่านายหน้าร้อยละ ๕ แปลงรายพิพาทนี้อยู่ติดด้านถนนใหญ่ โจทก์ได้พา ช.มาซื้อไปราคาตารางวาละ ๔ บาท ๕๐ สตางค์ ส่วนค่านายหน้านั้นโจทก์ยอมให้บุคคลอื่นไปจะขอรับแต่ราคาที่ขายเกินตารางวาละ ๒.๗๕ บาท จำเลยไม่ให้ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์กลับโดยเห็นว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยเลิกจากกันแล้ว จึงให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาตัดสินว่า เมื่อจำเลยได้เปลี่ยนรูปที่ดินไปหมดเพื่อให้ราคาดีขึ้น ประกอบกับโจทก์เองก็ทราบถึงการที่มีคนอื่นมาเป็นนายหน้าขายที่ให้จำเลย โดยคิดค่านายหน้าอย่างเดียวร้อยละ ๕ จึงเห็นว่าสัญญาเดิมได้เลิกกันแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตาม