Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกับ ส. ร่วมกันพูดชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศแล้วเรียกเก็บเงินจากผู้เสียหายและไม่ส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศตามที่พูดชักชวนโดยอ้างว่าตั๋วเครื่องบินหมดและรอใบรับรองการทำงาน ดังนี้พฤติการณ์ของจำเลยกับ ส.แสดงโดยแจ้งชัดว่าจำเลยกับ ส. มีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาแต่ต้น จำเลยกับ ส. ยังได้ชักชวนคนทั่วไปให้ไปทำงานด้วยจึงเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 343และให้จำเลยคืนเงิน 54,100 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสองจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนเงินให้แก่นายทองใบ จันทรเสนา21,100 บาท และให้แก่นายบุดที แสนวันดี 25,100 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พยานโจทก์ทั้งสี่ปากรู้จักจำเลยมาก่อนจำเลยและนายสุรินทร์ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นสามีได้ไปชักชวนให้นายทองใบและนายบุดทีไปทำงานต่างประเทศ นายประเสริฐกับนายสมศรีตกลงให้บุตรชายไปทำงานต่างประเทศตามคำชักชวนของจำเลย จึงได้นำเงินคนละ 25,100 บาท ไปวางให้นายสุรินทร์และจำเลยที่บ้านจำเลยเอง

ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.1, จ.2, จ.3, จ.4 จำเลยซึ่งแสดงออกโดยเปิดเผยว่า นายสุรินทร์เป็นสามี และจำเลยได้ร่วมกับนายสุรินทร์เป็นตัวแทนบริษัท พี.ซี.เอส. หาคนไปทำงานต่างประเทศเมื่อนายทองใบกับนายบุดทีเตรียมตัวเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศตามที่จำเลยชักชวนไว้ ปรากฏว่าครั้งแรกนายสุรินทร์อ้างว่าตั๋วเครื่องบินหมด ไปกลับไปรอที่บ้าน ครั้งที่สองคนที่นำไปรออยู่ที่อำเภอหาดใหญ่เพื่อไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์อ้างว่ารอใบรับรองการทำงาน แต่ก็ไม่ได้ใบรับรองการทำงาน นายทองใบกับนายบุดทีต้องเดินทางกลับบ้าน เมื่อพยานโจทก์ทั้งสี่ไปทวงเงินคืนจำเลยก็ขอผัดไปเรื่อย ๆ จนเมื่อนายทองใบจะบวชเป็นพระภิกษุ ภรรยานายน้อมจึงได้คืนเงินให้ 4,000 บาท

ส่วนที่เหลือไม่ได้คืนเชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความตามจริง พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ พยานจำเลยที่นำสืบว่าจำเลยไม่ได้พูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปทำงานที่ต่างประเทศ ไม่มีน้ำหนักพอหักล้างพยานโจทก์ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับนายสุรินทร์ร่วมกันพูดชักชวนให้ผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานที่ต่างประเทศ แล้วเรียกเก็บเงินจากผู้เสียหายและไม่ส่งผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานที่ต่างประเทศตามที่พูดชักชวนโดยอ้างว่าตั๋วเครื่องบินหมดและรอใบรับรองการทำงาน พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกแสดงโดยชัดแจ้งว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสองมาแต่ต้น และได้ความจากนายทองใบพยานโจทก์ว่า เมื่อจำเลยพาไปฝึกงานที่วัดป่ากิ่งอำเภอไชยวานก่อนนัดส่งไปทำงานนั้น

นายทองใบพบคนที่กิ่งอำเภอไชยวานไปฝึกงานด้วย ตอนที่นายน้อมพอไปกรุงเทพมหานครเพื่อเตรียมไปประเทศสิงคโปร์ มีคนในหมู่บ้านเดียวกับพยานคนหนึ่งและคนต่างอำเภออีกหลายคนไปด้วยกัน กับได้ความจากนายประเสริฐพยานโจทก์ว่า จำเลยเคยไปหาคนงานที่หมู่บ้านพยานบ่อย ๆ มีคนไปฝึกงานที่วัดป่าหลายคนไม่ทราบว่าเป็นคนหมู่บ้านใด โดยนายบุญมี ประสมศรี พยานจำเลยก็เบิกความเจือสมกับพยานโจทก์ทั้งสองว่า จำเลยเคยชักชวนคนไปทำงานที่ต่างประเทศ โดยไปชวนคนที่อยู่บ้านใกล้ ๆ กัน พยานถามจำเลยว่าไปไหน จำเลยว่าจะหาคนไปนอก ฟังได้ว่านอกจากชักชวนผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานแล้ว จำเลยกับพวกยังได้ชักชวนคนทั่วไปให้ไปทำงานด้วย การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแก่ประชาชน

จำเลยต้องมีความผิดตามฟ้อง ที่โจทก์ขอให้คืนเงินจำนวน 54,100 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสอง ปรากฏว่านายทองใบได้รับเงินคืน 4,000 บาทแล้ว จำเลยจึงต้องคืนเงินให้นายทองใบเพียง 21,100 บาท ส่วนนายบุดดีหรือบุดทีไม่ได้รับเงินคืนเลย จำเลยจึงต้องค้นเงินเต็มตามเอกสารหมายจ.3 และ จ.4 จำนวน 25,100 บาท ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก, 83 นอกจากนี้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4920/2567

การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้บุคคลอื่นไปใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้ายของจำเลย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยเล็งเห็นได้ว่า ค. อาจเป็นผู้รับจัดหาคนมาเปิดบัญชีให้คนร้ายหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2567

ข้ออ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งชักชวนโจทก์ให้นำเงินมาลงทุนในบริษัท ม. ว่าจะได้ผลตอบแทนสูง แม้เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วจะเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปีก็ตาม แต่กรณีมิใช่เรื่องที่โจทก์ให้บริษัท ม. กู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้