Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 224/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยนำภาพของโจทก์ลงพิมพ์ที่หน้าปกของหนังสือพิมพ์รายวันเสียงปวงชนรวมกับภาพอื่นซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 20 ภาพเศษ นอกจากภาพบุคคลแล้วยังมีภาพไฟไหม้อาคาร ภาพเครื่องบินชนโรงงาน และภาพงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทุกภาพไม่มีข้อความอธิบายเหตุการณ์หรือบอกชื่อบุคคลในภาพนั้นแต่อย่างใด คงมีแต่ข้อความซึ่งพิมพ์ด้วยอักษรภาษาไทย ขนาดตัวโตขวางทับอยู่กลางหน้ากระดาษว่า "ภาพเหตุการณ์ในรอบปี" เท่านั้น และภาพโจทก์ที่นำลงพิมพ์ไว้นั้น จัดวางไว้ทางตอนบนของหน้ากระดาษเป็นภาพครึ่งตัวส่วนบนแต่งกายเรียบร้อย สวมเสื้อนอก มีผ้าผูกคอ ผิดกับภาพบุคคลอื่น ๆ และเป็นภาพของโจทก์เดี่ยว ๆ เป็นเอกเทศ แม้จะมีภาพผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดในคดีอาญาที่ร้ายแรงพิมพ์รวมอยู่รอบ ๆ ภาพของโจทก์ด้วยก็ตาม แต่ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงน่าจะเป็นการเสนอภาพ เพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบพิจารณา ไม่พอที่จะชี้ให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาดูหมิ่นโจทก์ อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ บังอาจร่วมกันนำภาพโจทก์ลงพิมพ์โฆษณารวมอยู่กับผู้ต้องหาและผู้กระทำผิดทางอาญาอุกฉกรรจ์ในหนังสือพิมพ์รายวันเสียงปวงชน เพื่อที่จะให้ประชาชนทั่วไปมีความรู้สึกว่า โจทก์เป็นบุคคลจำพวกเดียวกับผู้ต้องหาและกระทำความผิดดังกล่าวนั้น จำเลยทั้งสองมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาทโจทก์โดยการโฆษณา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๒๖, ๓๒๘, ๓๙๓ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๘

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานดูหมิ่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๓ พระราชบัญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๔๘ จำคุก ๑ เดือน และปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอไว้ ๑ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ นำภาพโจทก์มาลงพิมพ์ไว้ตามที่โจทก์ฟ้อง ยังไม่เพียงพอที่จะฟังว่าเป็นเหตุที่ทำให้ผู้พบเห็นหรือผู้อ่านหนังสือพิมพ์เข้าใจไปว่าโจทก์เป็นบุคคลพวกเดียวกันกับอาชญากร และรับฟังไม่ได้ด้วยว่าจำเลยที่ ๑ กระทำไปโดยมีเจตนาดูหมิ่นโจทก์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า หนังสือพิมพ์เสียงปวงชนฉบับวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๐ ฉบับพิพาทซึ่งเป็นฉบับพิเศษครบรอบ ๓ ขวบของหนังสือพิมพ์ดังกล่าว มีจำเลยที่ ๑ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์โฆษณา ได้ลงพิมพ์ภาพบุคคลและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่แผ่นหน้าปกเต็มหน้าโดยมีภาพโจทก์ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมอยู่ด้วย และวินิจฉัยว่าพิเคราะห์ภาพต่าง ๆ ในแผ่นหน้าปกหนังสือพิมพ์ฉบับพิพาทแล้ว ปรากฏว่ามีทั้งหมดประมาณ ๒๐ ภาพเศษ นอกจากภาพบุคคลซึ่งรวมทั้งภาพโจทก์และภาพเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว ยังมีภาพไฟไหม้อาคาร ภาพเครื่องบินชนโรงงาน และภาพงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทุกภาพไม่มีข้อความอธิบายเหตุการณ์หรือบอกชื่อบุคคลในภาพนั้นแต่อย่างใด

คงมีแต่ข้อความซึ่งพิมพ์ด้วยอักษรภาษาไทยขนาดโตขวางทับอยู่กลางหน้ากระดาษว่า "ภาพเหตุการณ์ในรอบปี" เท่านั้น เห็นว่าภาพโจทก์ที่นำลงพิมพ์ไว้นั้นจัดวางไว้ทางตอนบนของหน้ากระดาษเป็นภาพครึ่งตัวส่วนบน อยู่ในสภาพที่แต่งกายเรียบร้อย สวมเสื้อนอกมีผ้าผูกคอ ผิดกับภาพบุคคลอื่น ๆ ทั้งหมดและเป็นภาพของโจทก์เดี่ยว ๆ เป็นเอกเทศ แม้จะมีภาพของผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดในคดีอาญาที่ร้ายแรงพิมพ์รวมอยู่รอบ ๆ ภาพของโจทก์ด้วยก็ตาม ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้โจทก์เข้าใจว่าเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ขณะเกิดเหตุโจทก์เป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองจึงน่าจะเป็นการเสนอภาพเพื่อให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบพิจารณา ไม่มีเจตนาดูหมิ่นโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวินัย วิมลเศรษฐ์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้