Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2239/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยจ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาเป็นช่วงๆ ช่วงละ 6 เดือน ครั้งสุดท้ายมีกำหนดระยะเวลา 4 เดือน สัญญาจ้างระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ทุกช่วงจึงถือว่า เป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลานั้น จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สมัครเข้าทำงานในโรงกลั่นน้ำมันทหารบางจาก ในฐานะเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ได้ทำสัญญาจ้างแรงงานกับโจทก์เป็นการจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน ในสัญญาจ้างระบุว่าถ้าหากจำเลยทั้งสี่ต้องการเลิกจ้าง โจทก์ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันต่อมาจำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 4 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

ไม่อาจถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เป็นราชการส่วนกลาง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จำเลยทั้งสี่ไม่เคยจ้างโจทก์ หากจะฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยแก่โจทก์ เพราะโจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวและมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและถูกเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนข้อบังคับและระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย สนับสนุนผู้กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ไม่อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างโจทก์โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 4 ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นเพียงส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงเป็นนายจ้างโจทก์แต่ผู้เดียวโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยที่ 1 โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง

จำเลยที่ 1เลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าเสียหาย ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินค่าชดเชยนับแต่วันเลิกจ้าง ในต้นเงินค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านับแต่วันฟ้อง ไปจนกว่าชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสียจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 4 บรรจุโจทก์เข้าเป็นลูกจ้างมีกำหนด 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2524 ครบกำหนดวันที่30 กันยายน 2524 ต่อมาจำเลยที่ 1 อนุมัติให้จ้างโจทก์ทำงานต่ออีก 6 เดือน

นับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2524 เป็นต้นไป ครบกำหนดแล้วจ้างต่ออีก 6 เดือน ครั้งสุดท้ายจำเลยที่ 1 อนุมัติให้จ้างโจทก์ต่อนับแต่เดือนตุลาคม 2525 ถึงเดือนมกราคม 2526 เมื่อสิ้นเดือนมกราคม 2526 ตามกำหนด จำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้ออกคำสั่งจ้างโจทก์ต่อไป เห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์โดยมีกำหนดระยะเวลาเป็นช่วง ๆ ช่วงละ 6 เดือน ครั้งสุดท้ายมีกำหนดระยะเวลา 4 เดือน สัญญาจ้างระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์เป็นสัญญาที่ได้ระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดแห่งสัญญาไว้ทุกช่วง จึงถือว่าเป็นสัญญาที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์โดยมิได้มีคำสั่งจ้างโจทก์ต่อไปอีก เท่ากับเป็นการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

จำเลยที่ 1 ผู้เป็นนายจ้างได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 46 วรรคท้าย แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2521 ข้อ 2 และไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ทั้งถือไม่ได้ว่าการเลิกจ้างดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุสิต วราโห · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้