Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนบุคคลภายนอกฟ้องโจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างและจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างให้ร่วมกันรับผิดในมูลละเมิดที่จำเลยได้ขับรถยนต์ในทางการที่จ้างโดยประมาทชนรถที่ ส.ขับเป็นเหตุให้ส. ถึงแก่ความตายศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งว่าจำเลยมิได้ประมาท ส่วนคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยว่าขับรถโดยประมาทชนกับรถ ส.เป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายแทนจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปก่อน ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวคืนโจทก์ ดังนี้ประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้จึงมีว่า จำเลยเป็นฝ่ายขับรถยนต์โดยประมาทหรือไม่เช่นเดียวกับคดีก่อน ฉะนั้นแม้ว่าคดีก่อนโจทก์กับจำเลยในคดีนี้ต่างเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าวด้วยคำพิพากษาในคดีนั้นจึงผูกพันโจทก์ในคดีนี้ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 145 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ปัจจุบันโจทก์เลิกจ้างจำเลยแล้ว ขณะจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยได้รับมอบหมายให้ขับรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน 10-0647 กรุงเทพมหานคร จากตลาดพลูไปจังหวัดนนทบุรี ระหว่าง ทางจำเลยขับรถประมาทปราศจากความระมัดระวังใช้ความเร็วสูงทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ก - 7517 นนทบุรี ซึ่งมีนายสนอง พงษ์ไทย ขับสวนทางมา หลังจากเกิดเหตุจำเลยหลบหนีไป ต่อมาถูกจับกุม ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก โจทก์ต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นค่าซ่อมรถคันดังกล่าวของโจทก์แทนจำเลยไปเป็นเงิน 14,650 บาท จึงชอบที่จะได้รับชดใช้คืนจากจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 14,650 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

เหตุรถชนกันตามฟ้องโจทก์มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลย แต่เกิดจากความประมาทของนายสนอง พงษ์ไทย โดยจำเลยขับรถด้วยความระมัดระวัง ได้มีนายสนองขับรถยนต์แล่นสวนทางมาด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงด้วยความเร็วสูงขับแซงรถคันหน้าล้ำเข้ามาในช่องทางเดินรถของจำเลยในระยะกระชั้นขิดทำให้แซงไม่พ้นจึงแล่นเข้าชนรถที่จำเลยขับในช่องทางเดินรถของจำเลยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายคร งนี้ โจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยตรง และเหตุรถชนกันในคดีนี้ ได้เคยมีการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและทางอาญาว่าจำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายผิดโดยในคดีแพ่งดังกล่าวนั้น โจทก์ได้ถูกฟ้องให้รับผิดร่วมกับจำเลยด้วยและโจทก์ก็ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำโดยประมาท

ก่อให้เกิดความเสียหายแต่อย่างใด โจทก์ มาฟ้องเป้นคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และค่าเสียหายตามที่โจทก์กล่าวอ้างมาในฟ้องนั้นเกินไปจากความจริงความเสียหายที่เกิดจากรถชนกันครั้งนี้ไม่เกิน 4,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์วันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า เมื่อเกิดเหตุรถชนกันแล้วได้มีนางสะเวียง พงษ์ไทย และนายเดชา พงษ์ไทย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลแพ่งกล่าวหาว่า จำเลยในคดีนี้ขับรถประมาทเป็นเหตุให้เสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของนายสนอง พงษ์ไทย ซึ่งโจทก์ในคดีนี้ให้การต่อสู้ในคดีดังกล่าว จำเลยในคดีนี้มิได้ขับรถประมาทก่อให้เกิดความเสียหาย และศาลแพ่งได้วินิจฉัยว่าจำเลยในคดีนี้มิได้ขับรถประมาทก่อให้เกิความเสียหาย

พิพากษายกฟ้องปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่ 22122/2530 ของศาลแพ่ง และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว นอกจากนี้ในมูลเหตุเดียวกันพนักงานอัยกายได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นคดีอาญาข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกต่อศาลอาญาธนบุรีซึ่งศาลอาญาธนบุรีพิพากษายกฟ้องในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คดีถึงที่สุดปรากฏตามคดีหมายเลขแดงที่5877/2529 ของศาลอาญาธนบุรี ส่วนค่าเสียหายของโจทก์รับกันว่ามีจำนวนตามฟ้องศาลแรงงานกลางเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยศาลแรงงานพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

"คีดคงมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาแต่เพียงว่า คำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่22122/2530 ของศาลแพ่งที่ฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุที่รถยนต์คันที่จำเลยในคดีนี้ขับชนกับรถยนต์คันที่นายสนอง พงษ์ไทย ขับ มิใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยในคดีนนี้นั้น ผูกพันโจทก์ในคดีนี้หรือไม่ โจทก์โจทก์อุทธรณ์ว่า คำพิพากษาของศาลแพ่งในคดีดังกล่าวผูกพันระหว่างระหว่างนางสะเวียง พงษ์ไทย กับนายเดชา พงษ์ไทย(โจทก์ในคดีเดิม) ฝ่ายหนึ่งกับโจทก์และจำเลย (จำเลยในคดีเดิม) อีกฝ่ายหนึ่งเท่านั้น แต่ในระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีนี้ โจทก์ย่อมสามารถนำสืบพยานหลักฐานให้เห็นว่าจำเลยกระทำโดยประมาทได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทโดยตรงในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 22122/2530ของศาลแพ่ง กับคดีนี้เป็นอย่างเดียวกันว่า จำเลยเป็นฝ่ายขับรถยนต์โดยประมาทหรือไม่ แม้ว่าในคดีดังกล่าว โจทก์กับจำเลยในคดีนี้ต่างเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีนี้ต่างเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าวด้วย คำพิพากษาในคดีดังกล่าวจึงมีผลผูกพันโจทก์ในคดีนี้ว่า จำเลยไม่ได้ขับรถยต์โดยประมาทดังข้ออ้างในฟ้องของโจทก์ โจทก์จะโต้แย้งว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาทอีกหาได้ไม่ (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1485/2527 ระหว่างบริษัท ขนส่ง จำกัด โจทก์ นายประเสริฐ ชุ่มอุ่ม กับพวก

จำเลย)ที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์ว่า หลังจากเกิดเหตุแล้ว จำเลยได้ลงลายมือชื่อในบันทึกให้ไว้แก่โจทก์ว่า จำเลยยินยอมรับผิดในเหตุประมาทนี้ โดยให้โจทก์เจรจาตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณีและให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายไปก่อนแล้วหักเงินเดือนของจำเลยชดใช้ต่อไป ดังนั้น โจทก์จึงยังคงมีสิทธิฟ้องร้องค่าเสียหายจากจำเลยในข้อหาผิดสัญญาจ้างแรงงานได้อีกตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3886/2531 ระหว่าง นายประสิทธิ์ เจริญทรัพย์โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศทย จำเลยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง และมิได้ถือเอาบันทึกยินยอมใช้ค่าเสียหายของจำเลยดังกล่าวมาเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้แต่อย่างใดโจทก์เพิ่มยกขึ้นมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อเท็จจริงนอกฟ้องนอกประเด็นไม่อาจนำมาวินิจฉัยเพื่อให้ผลแห่งคดีนี้เป็นไปตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3886/2531 ที่โจทก์อ้างได้ ทั้งข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ที่ศาลแรรงานกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ตัน เวทไว · เคียง บุญเพิ่ม · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15456/2558

กรณีได้ความว่าในคดีเดิมที่ อ. เป็นโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ที่ 2 กับพวก รวม 6 คน ฟ้องโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานเป็นจำเลยที่ 1 และฟ้องจำเลยที่ 1 คดีนี้ ในฐานะประธานกรรมการของโจทก์ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15617/2558

โจทก์ฟ้องเรียกดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี และเงินเพิ่มของต้นเงินค่าชดเชยตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ 101/2549 นั้น เมื่อปรากฏว่าวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6270/2557

เดิมโจทก์ฟ้องเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 6323/2548 ของศาลแรงงานกลาง ขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่ให้โจทก์คืนเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายให้แก่ลูกจ้าง (จำเลยที่ 1 ในคดีนี้) ศาลแรงงานกล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267179)

แม้คดีจะยังไม่ถึงที่สุดแต่ศาลแรงงานกลางก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าโจทก์มิได้กระทำความผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่ตามข้อกล่าวหาที่จำเลยอ้างเป็นเหตุแห่งการออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ เมื่อคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้