Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มารดาโจทก์เป็นโรคความดันโลหิตสูงซึ่งได้รับการรักษาตามปกติไม่ปรากฏว่ามีอาการรุนแรงและเฉียบพลัน และไม่ได้ป่วยหนักจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องรีบเดินทางไปทันที การที่โจทก์ขาดงานไปเยี่ยมมารดาโดยไม่ลากิจ ให้ถูกต้อง จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร การที่ นาย จ้างมีระเบียบห้ามมิให้ลูกจ้างลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำนั้น มิได้หมายความว่าถ้าลูกจ้างฝ่าฝืนแล้วจะต้องมีความผิด เพราะถ้าลูกจ้างยื่นใบลาโดยไม่มีเหตุสมควรหรือลาหยุดบ่อย นายจ้างก็สามารถจะไม่อนุญาตให้ลาหยุดได้ถ้าลูกจ้างลาหยุดโดยนายจ้างอนุญาตแล้ว แม้เป็นการลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ จะถือว่าเป็นความผิดของลูกจ้างไม่ได้ และการลากิจ ลาป่วยบ่อย ๆ ของลูกจ้าง ไม่ใช่การกระทำผิดไม่ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ในอันที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้า โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยรับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำครั้งสุดท้ายโจทก์ที่ 1 ทำหน้าที่เครื่องขัดเล็กได้รับค่าจ้างวันละ 83 บาท โจทก์ที่ 2 ทำหน้าที่คนงานจัดส่งหินอ่อนสำเร็จรูป ได้รับค่าจ้างวันละ 90 บาท จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ได้กระทำผิดระเบียบข้อบังคับซ้ำเตือนและโจทก์ที่ 2 ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ที่ 1จำนวน 14,940 บาท

โจทก์ที่ 2 จำนวน 16,200 บาท และให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานในหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม หรือมิฉะนั้นให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 20,750 บาท โจทก์ที่ 2เป็นเงิน 22,500 บาทจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ที่ 1 จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนข้อบังคับระเบียบเกี่ยวกับการำทงานและไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน ได้ลาป่วยและลากิจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่โจทก์ที่ 1 มิได้ป่วยและมีกิจอันจำเป็นแต่อย่างใด อันเป็นความเท็จและเป็นการทุจริตจำเลยได้ตักเตือนโจทก์ด้วยวาจาหลายครั้งและได้ตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว 2 ครั้ง หลังจากนั้นโจทก์ที่ 1 ก็ยังคงดื้อดึงไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำว่ากล่าวตักเตือนของจำเลยและกระทำผิดซ้ำคำเตือนอีก

ส่วนโจทก์ที่ 2 ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้าง โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือค่าชดเชยหรือเงินจำนวนใด ๆ จากจำเลยหรือให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 14,940 บาทให้โจทก์ที่ 1 คำขออย่างอื่นของโจทก์ให้ยกโจทก์ที่ 2 และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์ที่ 2 อุทธรณ์ว่าในระหว่างที่โจทก์ที่ 2 ขาดงานนั้น โจทก์ที่ 2 ได้เดินทางไปเยี่ยมมารดาซึ่งป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง ก่อนไปโจทก์ที่ 2 ได้ลาด้วยวาจาต่อนายสุวิทย์ ธีรกิจไพบูลย์ ผู้รักษาการณ์แทนผู้จัดการโรงงานและนายสุริยะ หลักเงิน หัวหน้าแผนกแล้ว การขาดงานของโจทก์จึงมีเหตุอันสมควร อีกประการหนึ่งโจทก์ที่ 2 ไม่เคยได้รับคำตักเตือนจากจำเลยมาก่อน จำเลยจึงต้องชดใช้ค่าเสียหายและค่าชดเชยแก่โจทก์ หรือรับโจทก์ที่ 2 กลับเข้าทำงาน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ 2 ลางานไม่ถูกต้องตามระเบียบของจำเลย การที่โจทก์ที่ 2 อ้างว่าจำเป็นต้องไปเยี่ยมมารดานั้น มารดาโจทก์ที่ 2 เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งก็ได้รับการรักษาตามปกติไม่ได้ปรากฏว่ามีอาการรุนแรงและเฉียบพลันแต่อย่างใด อาการป่วยของมารดาโจทก์ที่ 2 เช่นนี้ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่โจทก์ที่ 2 จะต้องรีบเดินทางไปเยี่ยม เมื่อโจทก์ที่ 2ลางาน โดยไม่ถูกต้องแล้วไม่มาทำงานจึงเป็นการละทิ้งหน้าที่เกินสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมานี้

ศาลฎีกาเห็นว่า การขาดงานของโจทก์ไม่มีเหตุจำเป็น วินัยและความผิดสถานหนักข้อ 9 ว่า "ไม่มาทำงานสายหรือลาหยุดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ" ระเบียบนี้แม้มีข้อห้ามมิให้ลูกจ้างลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำก็เป็นเพียงข้อห้ามเท่านั้น มิได้หมายความว่าถ้าลูกจ้างฝ่าฝืนแล้วจะต้องมีความผิด เพราะว่าถ้าลูกจ้างผู้ใดได้ยื่นใบลาโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดบ่อยเกินไป จำเลยผู้เป็นนายจ้างชอบที่จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ลูกจ้างผู้นั้นลาหยุดได้ ถ้าลูกจ้างลาหยุดโดยได้รับอนุญาตจากจำเลยแล้ว แม้เป็นการลาหยุดโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือลาหยุดเป็นประจำ จะถือว่าเป็นความผิดของลูกจ้างหาได้ไม่ เพราะนายจ้างเป็นผู้อนุญาตเอง

เว้นแต่ในกรณีที่นายจ้างเห็นว่าลูกจ้างลาหยุดบ่อย ๆ ไม่มีสมรรถภาพในการทำงานนายจ้างก็อาจเลิกจ้างได้ แต่หาใช่เป็นการเลิกจ้างที่ลูกจ้างกระทำความผิดไม่ เอกสารหมาย ล.3 และ ล.4 ที่จำเลยอ้างว่าเป็นคำเตือนนั้น ก็ปรากฏข้อความตักเตือนโจทก์ที่ 1 ว่าลาป่วยมากถ้าป่วยจริงก็แสดงว่ามีสุขภาพไม่แข็งแรงเท่านั้น ส่วนข้อความว่าถ้าไม่ป่วยจริงก็เป็นการทุจริต จะถูกเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยนั้น ก็เป็นเพียงข้อความที่จำเลยเน้นให้โจทก์ที่ 1 ทราบว่าถ้าไม่ป่วยจริงก็จะถูกลงโทษเท่านั้นไม่ปรากฏว่ามีการกล่าวหาว่าโจทก์ที่ 1 ลาป่วยเท็จแต่อย่างใด จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำตักเตือนของโจทก์ที่ 1 เพราะกระทำผิดระเบียบของจำเลย อีกทั้งการลากิจลาป่วย บ่อย ๆ ของโจทก์ที่ 1 ก็ไม่ใช่เป็นการกระทำผิดแต่อย่างใดจึงไม่ต้องด้วยประกาศแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามที่จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้