Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2230/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 กับโจทก์ที่ 1แล้ว โจทก์ที่ 7 และที่ 8 มิได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงยุติสำหรับโจทก์ที่ 7 และที่ 8 การที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 2 วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังไม่ได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ประมาทตามฟ้องโจทก์นั้นเป็นการวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มิได้ประมาทแล้วย่อมผูกพันโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 1 ดังกล่าว แม้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 จะมิได้เข้าเป็นคู่ความก็ต้องถือว่าอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ฟ้องแทนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 1 จึงมิได้กระทำละเมิดและไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการจึงไม่ต้องรับผิดด้วย แต่โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุจึงไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ผลของคำพิพากษาคดีอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ที่ 1 ต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในคดีใหม่ซึ่งเมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายประมาท จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวการจึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ในสำนวนแรกเป็นโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 เรียกโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ในสำนวนที่สองเป็นโจทก์ที่ 7 ที่ 8และเรียกโจทก์ในสำนวนที่สามเป็นโจทก์ที่ 9 เรียกจำเลยที่ 1 ที่ 2ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 เรียกจำเลยที่ 3 ที่ 5 ในสำนวนที่สองเป็นจำเลยที่ 3 ที่ 4โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องในทำนองเดียวกันว่าโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นผู้โดยสารในรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน 10-0090ฉะเชิงเทรา ซึ่งโจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองโดยร่วมกับจำเลยที่ 3 รับส่งคนโดยสาร ขณะเกิดเหตุมีจำเลยที่ 4 เป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวชนกับรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียนกงจักร 8311 ของจำเลยที่ 2 โดยขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ใช้ให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกคันดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ราชการของตน

จำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังโดยขับด้วยความเร็วสูงและแซงรถคันอื่นล้ำเส้นกึ่งกลางถนนเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์โดยสาร และจำเลยที่ 4 ก็ขับรถด้วยความเร็วสูงจนเป็นเหตุให้เกิดการชนกันขึ้น ทำให้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์โดยสารของโจทก์ที่ 1 ได้รับความเสียหายขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายโดยโจทก์ที่ 7 ถึงที่ 9 ขอให้โจทก์ที่ 1 ร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่าจำเลยที่ 1 มิได้ทำละเมิด เหตุละเมิดเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 4 ซึ่งขับรถด้วยความเร็วและล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่ามิได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุ

จำเลยที่ 1 ประมาทฝ่ายเดียว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 4 ให้การว่าจำเลยที่ 1 ประมาทฝ่ายเดียวค่าเสียหายสูงเกินส่วน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 4 และโจทก์ที่ 1จำเลยที่ 2 และโจทก์ที่ 9 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ทั้งเก้าฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่าเหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 เพียงฝ่ายเดียว และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 กับโจทก์ที่ 1 แล้วโจทก์ที่ 7 และที่ 8 มิได้อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนนี้จึงยุติสำหรับโจทก์ที่ 7และที่ 8 ที่โจทก์ที่ 7 และที่ 8 ฎีกาขอให้จำเลยที่ 3 และที่ 4กับโจทก์ที่ 1 รับผิดชดใช้ค่าเสียหายนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนปัญหาที่ว่าคำพิพากษาของศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ที่ยกฟ้องจำเลยที่ 1 นั้น มีผลผูกพันคู่ความในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลมณฑลทหารบกที่ 2 วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมารับฟังไม่ได้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ประมาทตามฟ้องโจทก์นั้น ย่อมเป็นการวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 1 มิได้ประมาทแล้ว โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 เป็นผู้เสียหายในคดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ฟ้องจำเลยที่ 1 ดังกล่าว แม้โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 จะไม่ได้เข้าเป็นคู่ความก็ต้องถือว่าอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ฟ้องแทนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 ดังนั้นโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9และจำเลยที่ 1 ต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีอาญาของศาลมณฑลทหารบกที่ 2 ดังกล่าว

จำเลยที่ 1 จึงมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2ถึงที่ 9 เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 และไม่มีความรับผิดต่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 9ด้วย แต่โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุ โจทก์ที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในคดีดังกล่าว และโจทก์ที่ 1 มิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วย ผลของคำพิพากษาคดีอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ที่ 1 สำหรับโจทก์ที่ 1 จึงต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบกันมาในสำนวนคดีนี้ใหม่ ซึ่งเมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายประมาทจำเลยที่ 2 ในฐานะตัวการ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชดใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 495,150 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้