Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2228/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา แต่จำเลยไม่มาศาลเพียงแต่ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความนำคำร้องมาขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาโดยอ้างว่าจำเลยไปต่างประเทศ เป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุสมควร และสงสัยได้ว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อฟังคำพิพากษา และให้นัดฟังคำพิพากษาใหม่ และเมื่อถึงวันนัดซึ่งพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับและไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยไป จึงเป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายและถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าวแล้ว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2542 ว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ให้จำคุก 2 เดือน โดยอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย และออกหมายจับจำเลยเพื่อบังคับตามคำพิพากษา ต่อมาจำเลยถูกจับเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2542 จำเลยยื่นอุทธรณ์ในวันที่ถูกจับว่า จำเลยไม่ทราบวันนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยโดยไม่ชอบ ขอให้ยกเลิกการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังในวันที่ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542 ว่าจำเลยไม่ทราบ วันนัดฟังคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย ทำให้จำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่ เพื่อจำเลยจะได้มีโอกาสอุทธรณ์คำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งว่าการอ่านคำพิพากษากระทำโดยชอบแล้ว ไม่มีเหตุต้องไต่สวน ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นทั้งที่ไม่รับอุทธรณ์และยกคำร้องขอให้ไต่สวน

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ และกรณีมีเหตุสมควรไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่หรือไม่ เห็นว่า ในวันนัดพิจารณาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2542 ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความมาศาล เมื่อเสร็จการพิจารณาศาลชั้นต้นให้นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 ซึ่งเสมียนทนายความได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว เสมียนทนายความผู้รับมอบฉันทะให้มาศาลเป็นผู้แทนของทนายความ เสมียนทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไร ย่อมต้องถือว่าทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้น

เช่นเดียวกันทนายความของจำเลยเป็นผู้แทนของจำเลยในการดำเนินคดี ทนายความทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นไรย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบกระบวนพิจารณาคดีและคำสั่งศาลเช่นนั้นด้วย ฉะนั้น เมื่อเสมียนทนายความของจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษา กรณีย่อมต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 นั้นด้วย เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยไม่มาศาลเพียงแต่ทนายความของจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายความนำคำร้องมาขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาโดยอ้างว่าจำเลยไปต่างประเทศ เช่นนี้เป็นกรณีที่จำเลยไม่มาศาลโดยไม่มีเหตุสมควร สงสัยได้ว่าจำเลยหลบหนีหรือจงใจไม่มาฟังคำพิพากษา การที่ศาลชั้นต้นให้ออกหมายจับจำเลยมาเพื่อฟังคำพิพากษาและให้นัดฟังคำพิพากษาใหม่ในวันที่ 18 สิงหาคม 2542 และเมื่อถึงวันนัดซึ่งพ้นหนึ่งเดือนนับแต่วันออกหมายจับแล้วไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล

ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยไป เป็นการอ่านคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมายและถือว่าจำเลยได้ฟังคำพิพากษาในวันดังกล่าวแล้ว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนเพื่อเพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและอ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังใหม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
ศาลล่าง
ศาลแขวงดุสิต - นายธนิต ภูริเวทย์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2567

ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ลับหลังจำเลยโดยที่ยังไม่สามารถส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยทราบโดยชอบ ซึ่งไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสาม ประกอบมาตรา 215 แม้ภายหลังจำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4136/2567

ศาลชั้นต้นมิได้แจ้งวันนัดให้ผู้ร้องทั้งสองซึ่งยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 มาฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นและไม่ได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องทั้งสองฟัง อันเป็นการไม่ปฏิบัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 425/2559

ขณะศาลฎีกาส่งคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟัง จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ส่วนจำเลยที่ 2 อยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม การที่ศาลชั้นต้นส่งคำพิพากษาศาลฎีกาให้ศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10252/2558

ศาลชั้นต้นไม่ได้ออกหมายแจ้งวันนัดให้โจทก์มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในวันที่ 2 มิถุนายน 2558 และไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้โจทก์ฟัง ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนการฟังคำพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10173/2558

ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสองและวรรคสาม บัญญัติให้ศาลอ่านคำพิพากษาในศาลต่อหน้าคู่ความโดยเปิดเผย เมื่ออ่านแล้วให้คู่ความลงลายมือชื่อไว้ และมาตรา 2 (15) ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า "คู่ความ" ไว้ว่า หมายถึงโจท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้