Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2227/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า ทางพิพาทยาวประมาณ 400 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดิน ของจำเลยขนานตลอดแนวยาวจากทางด้านทิศเหนือมาทางด้านทิศใต้บนที่ดินของจำเลย เป็นภารจำยอมและทางจำเป็นของที่ดินโจทก์ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ทั้งที่ความยาวของที่ดินของจำเลยมีความยาวเพียงประมาณ 27 เมตร เท่านั้น คำพิพากษา ของศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 โดยให้ตัดข้อความที่ว่ายาวประมาณ 400 เมตร ออกจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทซึ่งยาวประมาณ 400 เมตรผ่านที่ดินจำเลย เป็นทางภารจำยอมที่โจทก์ได้มาโดยอายุความ ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมแก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็น ห้ามจำเลยปิดกั้นจำเลยให้การว่า ทางพิพาทมิใช่ทางภารจำยอมหรือทางจำเป็นขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ400 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินของจำเลยขนานตลอดแนวความยาวทิศเหนือมาด้านทิศใต้บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2752 ตำบลในเมือง (ปทุม)อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นภารจำยอมและเป็นทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ 1927 ตำบลปทุม

อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ของโจทก์ ห้ามจำเลยปิดกั้นและให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1927 พร้อมบ้านเลขที่ 152 ตำบลในเมือง (ปทุม) อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำเลยเป็นเจ้าของที่ดิน โฉนดเลขที่ 2752 เลขที่ดิน 44 ตำบลอำเภอและจังหวัดเดียวกันอยู่ติดด้านทิศใต้ของที่ดินของโจทก์และอยู่ติดด้านทิศตะวันตกของที่ดินของนางพิมพา บุตรนนท์ โดยด้านทิศใต้ของที่ดินของจำเลยและนางพิมพาอยู่ติดถนนพิชิตรังสรรค์ซึ่งเป็นทางสาธารณะโจทก์ใช้ทางจากที่ดินของโจทก์ผ่านบนที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของนางพิมพาอันเป็นทางพิพาทจากทิศเหนือไปทิศใต้ออกสู่ถนนพิชิตรังสรรค์ติดต่อกันเป็นเวลานานประมาณ 30 ปี

ได้ภารจำยอมโดยอายุความแล้ว และทางพิพาทกว้าง 3 เมตร ตลอดแนววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าทางพิพาทยาวประมาณ 400 เมตร ทางด้านทิศตะวันออกของที่ดินของจำเลยขนานตลอดแนวยาวทิศเหนือมาทางด้านทิศใต้บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2752 เป็นภารจำยอมและทางจำเป็นของที่ดินโฉนดเลขที่ 1927 ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์และศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนนั้น ปรากฏว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2752 มีเนื้อที่ประมาณ 43.2 ตารางวา และความยาวของที่ดินแปลงนี้เมื่อเทียบกับมาตราส่วนที่จำลองแผนที่แล้วจะมีความยาวเพียงประมาณ 27 เมตร เท่านั้น คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในสำนวนที่ว่าทางพิพาทยาวประมาณ400 เมตร เกินกว่าความยาวของที่ดินโฉนดเลขที่ 2752 กว่า 10 เท่า อย่างไรก็ตาม ข้อความต่อมาที่ว่าอยู่ทางทิศตะวันออกขนานตลอดแนวยาวทิศเหนือมาทางทิศใต้บนที่ดินโฉนดเลขที่ 2752 นั้น ชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องระบุความยาวของทางพิพาทก็ได้ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าทางพิพาทยาวประมาณ 400 เมตร นั้น ถือได้ว่าเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตัดข้อความที่ว่ายาวประมาณ 400 เมตรออกจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบัติ เดียวอิศเรศ · เสรี ชุณหถนอม · สมจิตร ทองประดับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้