Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ตรวจพบว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าถูกทำการแก้ไขให้แสดงค่าหน่วยน้อยกว่าที่มีการใช้ไฟฟ้าจริงเป็นเหตุให้จำเลยในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินค่าไฟฟ้าแก่โจทก์น้อยไปกว่าที่เป็นจริงทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2525ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2528 จำเลยชำระเงิน ค่าไฟฟ้าให้โจทก์ไม่ถูกต้องโดยชำระเพียง 74,104.64 บาท หากเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแสดงค่าหน่วยไฟฟ้าถูกต้อง จำเลยจะต้องชำระค่าไฟฟ้าให้โจทก์ในช่วงดังกล่าวเป็นเงิน 203,178.10 บาท จำเลยได้รับประโยชน์จากการใช้ไฟฟ้า ที่เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าถูกทำการแก้ไขให้แสดงหน่วยไฟฟ้า น้อยกว่าที่เป็นจริง จึงต้องรับผิดชำระเงินค่าไฟฟ้าเพิ่ม ย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2525 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม2528 แก่โจทก์คิดเป็นเงิน 129,073.46 บาท คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวได้บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหารวมทั้งรายละเอียดและคำขอบังคับโดยชัดแจ้งพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วโจทก์หาจำต้องบรรยายว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าถูกแก้ไขอย่างไรใครเป็นผู้แก้และแก้เมื่อใด รวมทั้งการอ้างสิทธิ ที่ จะ เรียกเก็บค่าไฟฟ้าเพิ่มย้อนหลัง และการคิดค่าไฟฟ้า โดยอาศัยหลักเกณฑ์ใด เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์ สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องเรียกค่าไฟฟ้าที่จำเลยใช้ตามที่ได้ใช้ไปจริงและจำเลยชำระขาดไป จึงเป็นการฟ้องจำเลยให้ชำระค่าไฟฟ้าที่ยังขาดอยู่ตามสัญญามิใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย จาก การ ทำละเมิดอันมีอายุความ 1 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าของโจทก์ที่โจทก์จำหน่ายผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเลขที่ ม/43-10529 ซึ่งติดตั้งอยู่ที่บริษัทจำเลยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2528 โจทก์ตรวจพบว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ซึ่งใช้สำหรับวัดจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่จำเลยใช้ไปได้ถูกแก้ไขให้แสดงค่าหน่วยน้อยกว่าที่มีการใช้ไฟฟ้าไปจริง เป็นเหตุให้จำเลยในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินค่าไฟฟ้าให้โจทก์น้อยไปกว่าที่แท้จริง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2525 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2528 จำเลยชำระเงินค่าไฟฟ้าให้โจทก์ไม่ถูกต้องโดยชำระเพียง 74,104.64 บาท หากเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแสดงหน่วยไฟฟ้าถูกต้องจำเลยจะต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2525 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2528 เป็นเงิน 129,073.46 บาท และจำเลยยังค้างชำระเงินค่าไฟฟ้าประจำเดือนโจทก์อีก

ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2529 ถึงวันถอดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้ากลับวันที่ 28 มีนาคม 2529 เป็นจำนวนเงิน 1,724.15 บาท โจทก์ได้ติดต่อให้จำเลย ชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงได้โอนหักพันธบัตรค้ำประกันเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้านี้ จำนวน 10,000 บาท เพื่อชำระหนี้ค่าไฟฟ้าที่ค้างชำระบางส่วน จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์จำนวน 120,797.61 บาท โจทก์ทวงถามจำเลยแล้ว จำเลยเพิกเฉย เมื่อคิดถึงวันฟ้องจำเลยค้างชำระดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวเป็นเงิน 5,535.18 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นจำนวน 126,332.79 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์ได้ติดตั้งเครื่องวัดไฟฟ้าเลขที่ ม/43-10529 ที่บ้านเลขที่ 40หมู่ที่ 8 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตบางเขนกรุงเทพมหานคร ตามคำขอใช้ไฟฟ้าของนางกฤษณา ศุภโกวิทโดยมีนางเพ็ญศรี เริงประเสริญวิทย์ กรรมการบริษัทจำเลยวางพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 10,000 บาท ของนางเพ็ญศรีเป็นประกันเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าดังกล่าว วันที่ 1 กรกฎาคม 2528 โจทก์ตรวจพบว่าตราตะกั่วที่รวบรัดตัวเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าดังกล่าวหายไป 3 ด้านโจทก์จึงนำเอาเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้ามาตรฐานของโจทก์ไปติดตั้งตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าที่ถูกต้องกับเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2528 ถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2528 ปรากฏว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าดังกล่าวหมุนช้าลงไป 77.97 เปอร์เซนต์ วันที่ 21สิงหาคม 2528 โจทก์ได้ไปทำการเปิดเครื่องวัดหน่วยกระแสไฟฟ้าดังกล่าวพบว่าภายในเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า

มีผลตะไบเหล็กที่ขั้วแม่เหล็กและจานเครื่องวัดมีร่องรอยขูด ทำให้จานเครื่องวัดฝืด หมุนช้าลง โจทก์คิดคำนวณค่าเสียหายจากการกระทำดังกล่าวเป็นเงิน 4,000 บาท ตามอัตราค่าธรรมเนียมการใช้กระแสไฟฟ้า โจทก์ทวงถาม จำเลยได้ชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ 4,000 บาท จากการตรวจสอบการใช้กระแสไฟฟ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่าเดือนสิงหาคม 2525 จำเลยใช้กระแสไฟฟ้าเดือนละ 2,093 หน่วย และตั้งแต่เดือนกันยายน 2525 จำเลยใช้กระแสไฟฟ้าต่ำกว่า 2,000 หน่วย โจทก์จึงคิดค่ากระแสไฟฟ้าย้อนหลังตั้งแต่เดือนกันยายน 2525 ถึงเดือนกันยายน 2528 เป็นเงิน 129,000 บาทเศษ และหลังจากเปลี่ยนเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าใหม่แล้ว ผู้ใช้ไม่ชำระค่ากระแสไฟฟ้าอีก 1,000 บาทเศษ

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130,000 บาทเศษ เมื่อหสักเงินประกันเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า 10,000 บาท ผู้ใช้ไฟฟ้ายังเป็นหนี้โจทก์ 120,797.61 บาทพิเคราะห์แล้ว ในปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ตรวจพบว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเลขที่ ม/43-10529 ถูกทำการแก้ไขให้แสดงค่าหน่วยน้อยกว่าที่มีการใช้ไฟฟ้าจริงเป็นเหตุให้จำเลยในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าชำระเงินค่าไฟฟ้าแก่โจทก์น้อยไปกว่าที่เป็นจริง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 4สิงหาคม 2525 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2528 จำเลยชำระเงินค่าไฟฟ้าให้โจทก์ไม่ถูกต้องโดยชำระเพียง 74,104.64 บาท หากเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าแสดงค่าหน่วยไฟฟ้าถูกต้อง จำเลยจะต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าให้โจทก์ในช่วงดังกล่าวเป็นเงิน 203,178.10 บาท

จำเลยในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งได้รับประโยชน์จากการใช้ไฟฟ้าที่เครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าถูกทำการแก้ไขให้แสดงหน่วยไฟฟ้าน้อยกว่าที่เป็นจริง จึงต้องรับผิดชำระเงินค่าไฟฟ้าเพิ่มย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2525 ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2528 แก่โจทก์คิดเป็นเงิน 129,073.46 บาท เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว โจทก์ได้บรรยายถึงสภาพแห่งข้อหารวมทั้งรายละเอียดและคำขอบังคับโดยชัดแจ้งพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้แล้ว โจทก์หาจำต้องบรรยายว่าเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าถูกแก้ไขอย่างไร ใครเป็นผู้แก้และแก้เมื่อใด รวมทั้งการอ้างสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าไฟฟ้าเพิ่มย้อนหลัง และการคิดค่าไฟฟ้าโดยอาศัยหลักเกณฑ์ใดดังที่จำเลยฎีกาไม่ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้

ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมในปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าไฟฟ้าที่จำเลยใช้ตามที่ได้ใช้ไปจริงและจำเลยชำระขาดไปจึงเป็นการฟ้องจำเลยให้ชำระค่าไฟฟ้าที่ยังขาดอยู่หาใช่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการทำละเมิดอันมีอายุความ 1 ปีไม่ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ · กู้เกียรติ สุนทรบุระ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้