Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2224/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เพียงแต่ ใช้ รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นพาหนะไปส่งจำเลยที่ 1 เพื่อลักทรัพย์ของผู้เสียหายเท่านั้น หาได้ ใช้พาหนะดังกล่าวในการลักทรัพย์โดยตรงไม่ รถจักรยานยนต์ของกลางนั้นจึงถือ ว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ ในการกระทำผิดอันจะพึงริบยังไม่ได้.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(1) (7), 336 ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 3ฌ-6777 กรุงเทพมหานคร และกุญแจ 2 ดอกของกลางกับนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 949/2531ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (7) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา336

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่ 2 เพียงแต่ ใช้ รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นพาหนะไปส่งจำเลยที่ 1 เพื่อลักทรัพย์ของผู้เสียหายเท่านั้น หาได้ ใช้พาหนะดังกล่าวในการลักทรัพย์โดยตรงไม่ รถจักรยานยนต์ของกลางนั้นจึงถือ ว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ ในการกระทำผิดอันจะพึงริบยังไม่ได้.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(1) (7), 336 ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 3ฌ-6777 กรุงเทพมหานคร และกุญแจ 2 ดอกของกลางกับนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 949/2531ของศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) (7) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา336 ทวิ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 13 ลงโทษจำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน

ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน 3ฌ-6777 กรุงเทพมหานคร และลูกกุญแจปลอม 2 ดอกของกลาง ข้อที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 949/2531 ของศาลชั้นต้น ไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีดังกล่าวแล้วหรือไม่ประการใด จึงให้ยกคำขอของโจทก์ข้อนี้เสียจำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ขอไม่ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2แต่เพียงว่ารถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน 3ฌ-6777 กรุงเทพมหานครของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดอันพึงจะริบหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายที่ได้ร่วมกันกระทำผิดคดีนี้โดยในคืนเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางคันดังกล่าวและมีจำเลยที่ 1 นั่งซ้อนท้ายไปตามถนนสมเด็จเจ้าพระยา

เมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยช่างนาก จำเลยที่ 2 ได้ชะลอดูรถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน 7ฉ-1888 กรุงเทพมหานครของพลตำรวจพนม หวังดีผู้เสียหาย ซึ่งนำไปจอดล่อเอาไว้บนทางริมถนนดังกล่าว หลังจากชะลอดูรถของผู้เสียหายแล้วจำเลยที่ 2 ก็ขับรถกลับมาส่งจำเลยที่ 1 ใกล้ ๆ กับรถของผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็ขับรถไปจอดรอที่ปากซอยเซ็นเสถียรฝั่งตรงข้ามถนนห่างกันประมาณ 50 เมตรเมื่อจำเลยที่ 1 ลงจากรถของกลางแล้วก็ได้เข้าไปลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย แต่พอติดเครื่องยนต์จะออกรถเครื่องยนต์ก็ดับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แอบซุ่มอยู่จึงเข้าจับกุมจำเลยทั้งสองมาดำเนินคดี ข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 เพียงแต่ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นพาหนะไปส่งจำเลยที่ 1 เพื่อลักทรัพย์ของผู้เสียหายเท่านั้นหาได้ใช้พาหนะดังกล่าวในการลักทรัพย์โดยตรงไม่ รถจักรยานยนต์ของกลางนั้นจึงถือว่าเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำผิดอันจะพึงริบยังไม่ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2568

การที่จำเลยใช้รถยนต์เก๋งของกลางไปจอดรอบนดอยผาหมี ซึ่งเป็นภูเขาและเป็นแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แล้วรับคนต่างด้าวที่เพิ่งเดินลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4049/2566

จำเลยทั้งหกใช้รถยนต์ของกลาง 4 คัน พาคนต่างด้าว 47 คน ที่ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย จึงเป็นการใช้รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะให้คนต่างด้าวนั่งโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2566

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมียาแก้ไอซึ่งมีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีนและคลอร์เฟนิรามีน มาลีเอต อันเป็นยาแผนปัจจุบันชนิดยาอันตรายจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2566

การขับรถกระบะบรรทุกของกลางที่มีการทำหลังคาฝาปิดด้านข้างและด้านท้ายจากจังหวัดกาญจนบุรีไปจังหวัดสมุทรปราการมีระยะทางไกลเกินกว่าจะเดินไปได้เอง จำเลยจำเป็นต้องใช้รถของกลางเป็นยานพาหนะพาคนต่างด้าวเดินทางไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2566

ทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดในข้อหาความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยนั้นโดยตรง กรณีที่จำเลยใช้รถย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้