Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อุทธรณ์ของผู้ร้องในหน้าแรกมีตัวหนังสือที่มีตรายางประทับข้อความว่าผู้ร้องจะมารับทราบคำสั่งศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันยื่นและทุก ๆ 7 วันนั้น เป็นขั้นตอนการปฏิบัติของศาลในการกำหนดวิธีการรับทราบคำสั่งของศาลมีผลเป็นคำสั่งของศาล หาใช่เป็นเพียงแบบฟอร์มและวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลไม่ ศาลชั้นต้นกำหนดให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน 7 วัน โดยมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2545 หลังจากที่ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์ 7 วันก็ตาม แต่การที่ทนาย ผู้ร้องลงลายมือชื่อรับทราบข้อความที่ประทับตรายางต้องถือว่าผู้ร้องยอมผูกพันตามข้อความที่ประทับตรายางนั้น ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าผู้ร้องทราบคำสั่งแล้ว ดังนั้นแม้ผู้ร้องจะไม่มาฟังคำสั่งก็ถือว่าคำสั่งศาลชั้นต้นได้ส่งให้จำเลยโดยชอบและผู้ร้องทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2545 เมื่อปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2545 ว่าผู้ร้องมิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้าน จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบ มาตรา 246

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่าผู้ร้องเป็นบุตรบุญธรรมของนางสาว สลับ ผู้ตาย โดยมิได้ตั้ง ผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้องขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่าผู้ตาย ทำพินัยกรรมตั้งสภากาชาดไทยเป็นผู้จัดการมรดกไว้ ขอให้ยกคำร้องขอและตั้งสภากาชาดไทยเป็นผู้จัดการมรดก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สภากาชาดไทย เป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสลับ ผู้ตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๗๑๓ ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ผู้ร้องให้ผู้ร้องนำส่งภายใน ๕ วัน หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน ๑๕ วัน หากไม่แถลง ถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่า ผู้ร้องไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์จึงรวบรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์ เพื่อพิจารณาสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ผู้ร้องทิ้งอุทธรณ์และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่า ตัวหนังสือที่เป็น ตราประทับและให้ทนายผู้ร้องลงลายมือชื่อเพื่อให้มาทราบคำสั่งศาลภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ยื่นนั้น มิใช่คำสั่งศาล แต่เป็นเพียงแบบฟอร์มหรือวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลเท่านั้น ดังนั้นหากศาลชั้นต้นมีคำสั่ง คำสั่งดังกล่าวก็เป็น คำสั่งลับหลังผู้ร้องหรือทนายผู้ร้อง ศาลชั้นต้นจะต้องมีหมายแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้ผู้ร้งหรือทนายผู้ร้องทราบเสียก่อนจึงจะถือว่าผู้ร้องและทนายผู้ร้องทราบคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย

เห็นว่า ตัวหนังสือที่มีตรายางประทับ ข้อความว่า ผู้ร้องจะมารับทราบคำสั่งศาลภายใน ๗ วัน นับแต่วันยื่นและทุก ๆ ๗ วัน นั้น เป็นขั้นตอนการปฏิบัติของศาลในการกำหนดวิธีการรับทราบคำสั่งของศาลมีผลเป็นคำสั่งของศาล เมื่อทนายผู้ร้องลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดให้มาฟังคำสั่งของศาลชั้นต้นดังที่กล่าวมาแล้ว กรณีเช่นนี้ต้องถือว่า ผู้ร้องยอมผูกพันตามข้อความที่ตนลงลายมือชื่อรับทราบไว้ หาได้เป็นเพียงแบบฟอร์มและวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ศาลดังที่จำเลยฎีกาไม่ ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นกำหนดเวลาให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน ๕ วัน แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๕ หลังจากที่ผู้ร้องอุทธรณ์ ๗ วัน ก็ตาม การที่ทนายผู้ร้องลงลายมือชื่อทราบวันนัดให้มาฟังคำสั่งของศาลดังได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น เป็นการแสดงเจตนาของผู้ร้องยอมรับผูกพันตนเองว่า

จะมาฟังคำสั่งภายใน ๗ วัน นับแต่วันยื่น ถ้าไม่มาก็ให้ถือว่าผู้ร้องทราบคำสั่งแล้ว นอกจากนี้ก็ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าวในอุทธรณ์ในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นวันที่กำหนดให้ผู้ร้องมาทราบคำสั่ง ฉะนั้น แม้ผู้ร้องจะมิได้มาฟังคำสั่งก็ถือว่าคำสั่งศาลนั้นได้ส่งให้ผู้ร้องโดยชอบ และผู้ร้องทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๕ ระยะเวลาสิ้นสุดที่ผู้ร้องจะต้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ตามคำสั่งศาลชั้นต้นภายใน ๕ วัน นับแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๕ แต่ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ฉบับลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕ ว่า ผู้ร้องมิได้มานำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้าน จึงเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบมาตรา ๒๔๖ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกา เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีวัฒน์ แดงทองดี · โนรี จันทร์ทร · จิระ โชติพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายชยันต์ เต็มเปี่ยม
ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสอาด
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้