Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 2 แห่ง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22)ฯ กำหนดให้ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือนับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป โดยไม่มีบทบัญญัติให้มีผลบังคับย้อนหลัง จึงไม่กระทบต่อกระบวนวิธีพิจารณาความอาญาที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว ดังนั้น ข้อความในมาตรา 84 วรรคสุดท้ายแห่ง ป.วิ.อ. ที่แก้ไขใหม่ ที่บัญญัติว่า ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ... ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน...นั้น หมายถึง ถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับภายหลังจากที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น แต่คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมคดีนี้ จำเลยให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานผู้จับก่อนที่ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จึงไม่ต้องห้ามใช้เป็นพยานหลักฐาน ขณะจำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ จำเลยได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ญาติพี่น้องฟัง ญาติพี่น้องจำเลยจึงบอกจำเลยให้รับสารภาพ แสดงว่าจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนโดยสมัครใจ มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น คำให้การดังกล่าวจึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 135

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 84 ป.วิ.อ. มาตรา 135 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม) 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ระวางโทษเท่ากันจึงให้ลงโทษฐานจำหน่าย จำคุก 4 ปี คำรับชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมทั้งยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 2 เม็ด น้ำหนัก 0.167 กรัม และธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ เป็นของกลาง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 หรือไม่ โจทก์มีสิบตำรวจเอกไพฑูรย์ แพสันเที๊ยะ ผู้ร่วมวางแผนจับกุมเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุพยานสืบทราบว่าจำเลยมีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงร่วมกันวางแผนจับกุมโดยนำธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ ไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกในรายงานประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้วมอบธนบัตรดังกล่าวให้สายลับนำไปใช้ล่อซื้อ โดยโจทก์มีสำเนาธนบัตรและสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย

จ.1 และ จ.2 มาสนับสนุน ขณะเกิดเหตุพยานซุ่มดูการล่อซื้ออยู่ที่บริเวณตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุห่างประมาณ 100 เมตร โดยใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเห็นจำเลยพูดคุยกับสายลับแล้วจำเลยส่งมอบวัตถุสีขาวให้แก่สายลับและสายลับส่งมองเงินให้แก่จำเลย จากนั้นทั้งพยานและสายลับต่างเดินทางไปหาพันตำรวจเอกสุรเชษฐ์ พยานเห็นสายลับมอบวัตถุสีขาวให้แก่พันตำรวจเอกสุรเชษฐ์แจ้งว่าซื้อมาจากจำเลย เมื่อพันตำรวจเอกสุรเชษฐ์ตรวจดูก็ปรากฏว่าภายในมีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2 เม็ด บรรจุอยู่ และภายหลังเกิดเหตุเมื่อพยานกับพวกเข้าไปตรวจค้นจับกุมจำเลยก็พบธนบัตร ของกลางอยู่ในกระเป๋ากางเกงของจำเลย ในชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพตามบันทึกจับกุมเอกสารหมาย

จ.3 นอกจากนี้โจทก์มีพันตำรวจตรีไพศาล สุวรรณทา พนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่า ในชั้นสอบสวนพยานแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่า มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย จำเลยให้การรับสารภาพ ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เอกสารหมาย จ.6 เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าวเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการไปตามหน้าที่และไม่ปรากฏว่าเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าจะบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปรักปรำจำเลย น่าเชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความไปตามความสัตย์จริงที่พบเห็นมา มิได้กลั่นแกล้งให้ร้ายจำเลยแต่อย่างใด แม้บริเวณที่เกิดเหตุจะมีงานทำบุญมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก แต่เหตุเกิดในเวลากลางวันและบ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดถนนใหญ่

ตำแหน่งที่สิบตำรวจเอกไพฑูรย์ซุ่มดูอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเหตุ ไม่มีสิ่งใดปิดบังสายตาและใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเหตุการณ์ จึงมีเหตุผลให้น่าเชื่อว่าสิบตำรวจเอกไพฑูรย์มองเห็นจำเลยพูดคุยกับสายลับและส่งมอบสิ่งของให้แก่กันจริง ที่จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม น่าเชื่อว่าเป็นเพราะเจ้าพนักงานตรวจค้นพบธนบัตรของกลางได้ที่ตัวจำเลยเป็นของกลางยืนยันความผิดของจำเลยโดยจำเลยยังไม่มีโอกาสหาข้อแก้ตัวได้ทัน จึงยอมรับสารภาพไปตามความสัตย์จริง ส่วนการที่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 19 ให้ยกเลิกความในมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้ใช้ข้อความใหม่แทนในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น มาตรา 2 แห่งพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือนับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป

เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา 134/1 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยไม่มีบทบัญญัติให้มีผล บังคับย้อนหลังจึงไม่กระทบต่อกระบวนวิธีพิจารณาความอาญาที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ ดังนั้น ข้อความในมาตรา 84 วรรคสุดท้าย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ที่บัญญัติว่า ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ... ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน...นั้น

หมายถึง ถ้อยคำที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้น แต่คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมตามเอกสารหมาย จ.3 จำเลยให้ถ้อยคำแก่เจ้าพนักงานผู้จับก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จึงไม่ต้องห้ามใช้เป็นพยานหลักฐานตามพระราชบัญญัติฉบับนี้สำหรับบันทึกคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.6 นั้น ก็ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยว่าขณะที่จำเลยถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองกี่ ญาติพี่น้องของจำเลยเดินทางไปเยี่ยม จำเลยได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ญาติพี่น้องฟัง ญาติพี่น้องจำเลยจึงบอกจำเลยให้รับสารภาพ แสดงว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจ

มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น จึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยในการพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกันมั่นคงรับฟังได้โดยไม่มีข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำความผิดจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่จำเลยนำสืบต่อสู้อ้างว่าก่อนที่จำเลยจะถูกจับกุมนายพัดไม่ทราบนามสกุลใช้จำเลยให้ไปเอาของจากนายวินิจ เสกสุวรรณ โดยยื่นเงินให้จำเลย 300 บาท จำเลยจึงไปหานายวินิจบอกว่านายพัดให้มาเอาของและมอบเงินที่นายพัดให้มาแก่นายวินิจไป นายวินิจส่งของให้จำเลยจากนั้นจำเลยนำสิ่งของดังกล่าวมาให้นายพัดโดยไม่ทราบว่าสิ่งของที่นายวินิจมอบให้เป็นอะไร และเจ้าพนักงานตรวจค้นตัวจำเลยไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายนั้น เป็นเพียงคำเบิกความของจำเลยลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ไปได้... คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย จึงประเสริฐ · พีรพล จันทร์สว่าง · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6820/2567

การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การต่อผู้ดำเนินกรรมวิธีซักถามในฐานะผู้ถูกดำเนินกรรมวิธีหรือผู้ต้องสงสัย และให้การต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน มิใช่คำให้การของผู้ถูกจับที่ให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับเพราะขณะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2567

แม้ในชั้นจับกุมจำเลยและ ก. จะให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมว่าเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนเป็นของทั้งสองคน แต่คำให้การดังกล่าวเป็นถ้อยคำรับสารภาพของจำเลยผู้ถูกจับที่ให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ จึงต้องห้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6768/2561

จำเลยที่ 5 ได้รับค่าจ้างขับรถจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ครั้งแรก 25,000 บาท ครั้งที่สอง 50,000 บาท ค่าจ้างดังกล่าวเมื่อรวมกับค่าบัตรโดยสารเครื่องบินของจำเลยที่ 5 และที่ 6 อีกสองครั้งที่จำเลยที่ 1 และที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6766/2561

แม้ ป.วิ.อ. มาตรา 84 ววรรคท้าย ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 จะห้ามมิให้รับฟังคำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นพยานหลักฐาน แต่กฎหมายห้ามมิให้รับฟังถ้อยคำรับสารภาพของผู้ถูกจับเป็นพยานหลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6304/2561

ข้อความในบันทึกคำรับสารภาพที่จำเลยทั้งสามต่างเขียนขึ้นเองมีข้อความในส่วนที่ตรงกันสรุปได้ว่า จำเลยทั้งสามปรึกษาและออกเงินรวบรวมให้จำเลยที่ 1 ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจาก ส. โดยระบุจำนวนเงินของจำเลยที่ 2 และจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้