Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหมวดที่ 7 ว่าด้วยการพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ข้อ 2.1 ระบุให้พนักงาน ที่ประสงค์จะลาออกต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชา ทราบล่วงหน้าและยื่นใบลาออกต่อฝ่ายบุคคลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า30 วัน ก็ตาม แต่การลาออกเป็นสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็น ลูกจ้างที่จะลาออกเมื่อใดและกำหนดวันลาออกของตนได้ หากโจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยได้รับ ความเสียหายอย่างไร จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้จากโจทก์ได้ ส่วนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการ ทำงานดังกล่าวมิได้กำหนดว่านายจ้างจะต้องสั่งใบลาออกของ ลูกจ้างภายในกำหนดเวลาใดย่อมเป็นที่เข้าใจว่านายจ้าง ต้องสั่งใบลาออกภายในเวลาอันสมควรและก่อนถึงวันที่ลูกจ้างกำหนดให้มีผลในใบลาออกนั้น เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ ศาลแรงงานกลางรับฟังมาไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยมีการ ตกลงให้จำเลยมีสิทธิสั่งใบลาออกหลังจากครบกำหนดวันลา ออกมีผลได้ การที่จำเลยมิได้สั่งอนุมัติใบลาออกภายใน วันที่โจทก์กำหนดให้มีผลในใบลาออก และหลังจากครบกำหนด ดังกล่าวแล้วโจทก์ยังคงทำงานตลอดมาโดยจำเลยยินยอมให้โจทก์ทำงานเช่นนี้ตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์จำเลยไม่ติดใจเอาใบลาออกดังกล่าวเป็นข้อสาระสำคัญอีกต่อไปย่อมมีผลเท่ากับจำเลยไม่ประสงค์ให้โจทก์ลาออก ดังนั้นใบลาออกของโจทก์จึงสิ้นผลที่จำเลยอนุมัติให้โจทก์ลาออก ในภายหลัง จึงเป็นการอนุมัติให้โจทก์ลาออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีจึงเป็นการเลิกจ้างโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ทำงานครบ 1 ปี และยังไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำปีตามสิทธิจำนวน 6 วัน ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 60,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน180,000 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำนวน180,000 บาท และค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน12,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์แต่โจทก์ลาออกจากงานเอง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2539 ทำหน้าที่รองผู้อำนวยการค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 60,000 บาท

จำเลยอนุมัติให้โจทก์ลาออกตามความประสงค์ของโจทก์ จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "แม้จำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เอกสารหมาย ล.4 หมวดที่ 7 ว่าด้วยการพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานข้อ 2.1 ระบุให้พนักงานที่ประสงค์จะลาออก จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบล่วงหน้าและยื่นใบลาออกต่อฝ่ายบุคคลล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก็ตามแต่การลาออกเป็นสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างที่จะลาออกเมื่อใดและกำหนดวันลาออกของตนได้หากโจทก์ยื่นใบลาออกต่อจำเลยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างไร

จำเลยย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้จากโจทก์ได้ ส่วนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวมิได้กำหนดว่านายจ้างจะต้องสั่งใบลาออกของลูกจ้างภายในกำหนดเวลาใดย่อมเป็นที่เข้าใจว่านายจ้างต้องสั่งใบลาออกภายในเวลาอันสมควรและก่อนถึงวันที่ลูกจ้างกำหนดให้มีผลในใบลาออกนั้นนอกจากนี้ข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยมีการตกลงให้จำเลยมีสิทธิสั่งใบลาออกหลังจากครบกำหนดวันลาออกมีผลได้ การที่โจทก์ยื่นใบลาออกฉบับลงวันที่ 15 สิงหาคม 2540 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31สิงหาคม 2540 เป็นต้นไป แต่จำเลยมิได้สั่งอนุมัติใบลาออกภายในกำหนดเวลาดังกล่าว หลังจากครบกำหนดตามที่ระบุในใบลาออกโจทก์คงทำงานตลอดมาโดยจำเลยยินยอมให้โจทก์ทำงานเช่นนี้ตามพฤติการณ์ดังกล่าวกรณีถือได้ว่าโจทก์จำเลยไม่ติดใจเอาใบลาออกดังกล่าวเป็นข้อสาระสำคัญอีกต่อไป

ย่อมมีผลเท่ากับจำเลยไม่ประสงค์ให้โจทก์ลาออก ดังนั้น ใบลาออกของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.2จึงสิ้นผล ต่อมาวันที่ 29 กันยายน 2540 จำเลยแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจำเลยอนุมัติให้โจทก์ลาออกตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2540เป็นต้นไป จึงเป็นการอนุมัติให้โจทก์ลาออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีเป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 60,000 บาท ค่าชดเชยจำนวน 180,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำนวน12,000 บาท รวมเป็นเงิน 252,000 บาท ให้แก่โจทก์และการเลิกจ้างโจทก์ดังกล่าวเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อโจทก์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 แต่ค่าเสียหายจากกรณีการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมว่าโจทก์ควรมีสิทธิได้รับเป็นจำนวนเท่าใดย่อมเป็นดุลพินิจของศาลแรงงานกลางจะเป็นผู้กำหนด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินแก่โจทก์ จำนวน 252,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง(12 ธันวาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ ส่วนค่าเสียหายกรณีเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางกำหนดและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · เสมอ อินทรศักดิ์ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้