Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2214/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระพุทธรูปของกลางเป็นของวัด การที่จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันซื้อพระพุทธรูปดังกล่าวจากพระภิกษุซ.ซึ่งจำวัดอยู่ในวิหาร โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของพระภิกษุซ.ก็เพื่อมิให้พระภิกษุซ.ขัดขวางจำเลยทั้งสองกับพวกเท่านั้น เมื่อจำเลยทั้งสองกับพวกเอาพระพุทธรูปของกลางไปจากวิหาร จำเลยทั้งสองย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 335 ทวิ, 357 วรรคสาม และขอให้จำเลยร่วมคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคสอง วางโทษจำคุกคนละ 5 ปี คำให้การชั้นสอบสวนและข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลงโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2525 เวลาประมาณ 14 นาฬิกา นายจำลอง หอมระรื่น ได้ไปซื้อพระพุทธรูปของกลาง 2 องค์ของวัดโบสถ์ผู้เสียหายซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารจากพระภิกษุชั้น ใจหล่อ ซึ่งจำวัดอยู่ในวิหาร จากนั้นนายจำลองได้นำพระพุทธรูปของกลางไปจำหน่ายให้แก่นายกนก พิกุลเงิน ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเงิน 6,000 บาท ในการที่นายจำลอยไปซื้อพระพุทธรูปของกลางและนำไปจำหน่ายนั้น จำเลยทั้งสองร่วมเดินทางไปกับนายจำลองตลอดเวลาและปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกเงินชำระค่าพระพุทธรูปให้นายจำลอง และจำเลยทั้งสองรู้เห็นการกระทำของนายจำลองเกี่ยวกับการซื้อขายครั้งนี้ ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองได้ให้การไว้ตามเอกสารหมาย

ป.จ.8, ป.จ.9 โดยยอมรับว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับนายจำลองซื้อพระพุทธรูปของกลางจากพระภิกษุชั้น ผลกำไรจากการจำหน่ายพระพุทธรูปของกลางนั้น จำเลยทั้งสองกับพวกแบ่งกันคนละ1,300 บาท ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับนายจำลองซื้อพระพุทธรูปของกลางจากพระภิกษุชั้น ข้อที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่าจำเลยทั้งสองมิได้รู้เห็นเป็นใจในการที่นายจำลองซื้อและจำหน่ายพระพุทธรูปของกลาง หรือจำเลยที่ 1 ได้ให้นายจำลองกู้ยืมเงิน 1,000 บาท เพื่อชำระหนี้ค่าพระพุทธรูปของกลางนั้นจึงรับฟังไม่ได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การที่จำเลยทั้งสองกับพวกเอาพระพุทธรูปของกลางไปนั้น จำเลยทั้งสองมีเจตนาลักทรัพย์หรือไม่ โจทก์มีพระสมุห์ราตรี ถาวโร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ตามปกติพระพุทธรูปของกลางประดิษฐานอยู่ในวิหารที่เกิดเหตุรวมกับพระพุทธรูปองค์อื่น ๆ อีกหลายองค์ ในวันเกิดเหตุแท่นพระพุทธรูปของกลางมีรอยถูกงัด

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่พระพุทธรูปของกลางประดิษฐานอยู่ในวิหารรวมกับพระพุทธรูปอื่น ๆ โดยมีแทนรองรับซึ่งในการโยกย้ายพระพุทธรูปดังกล่าวต้องถึงกับงัดแท่นรองรับ เป็นการนำเคลื่อนที่จากเดิมในลักษณะผิดวิสัยธรรมดา และจำเลยทั้งสองกับพวกก็มีอาชีพซื้อและจำหน่ายของเก่าและร่วมกับนายจำลองซื้อและจำหน่ายพระพุทธรูปครั้งนี้ย่อมทราบดีว่าพระพุทธรูปของกลางเป็นของวัดซึ่งมีไว้สำหรับประชาชนสักการะบูชา ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพระภิกษุชั้นซึ่งอาศัยจำวัดอยู่ในวิหาร โดยเฉพาะตามข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่จำเลยทั้งสองกับพวกได้พระพุทธรูปของกลางไปนั้น ก็รีบนำไปจำหน่ายที่ต่างจังหวัดแก่บุคคลที่จำเลยทั้งสองรู้จักในวันเดียวกันนั้นเองส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยทั้งสองกับพวกอย่างชัดแจ้งว่า

ได้พระพุทธรูปของกลางไปจากวัดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น การที่จำเลยทั้งสองกับพวกซื้อพระพุทธรูปของกลาง จากพระภิกษุชั้นโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของพระภิกษุชั้น ซึ่งพระภิกษุชั้นไม่มีอำนาจจำหน่ายแก่จำเลยทั้งสองกับพวกได้ ก็เพื่อประสงค์มิให้พระภิกษุชั้นขัดขวางจำเลยทั้งสองกับพวกเท่านั้น หาใช่เป็นการซื้อและจำหน่ายกันโดยสุจริตเข้าใจผิดในเรื่องการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พระพุทธรูปของกลางไม่ จำเลยทั้งสองไม่อาจอ้างว่าได้กระทำโดยสุจริต ส่วนข้อที่จำเลยทั้งสองกับพวกเอาพระพุทธรูปของกลางไปในเวลากลางวันและนำภรรยาและบุตรไปด้วย ไม่เป็นเหตุที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของจำเลยทั้งสองแต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2568

ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้