Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มกับเสียเงินเพิ่มและโจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทั้งเรื่องภาษีเพิ่มและเงินเพิ่มเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์และโจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลทั้งเรื่องภาษีและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30(2). ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับเงินเพิ่มโจทก์ทราบดีว่าเงินที่โจทก์แบ่งให้แก่ ก. เป็นผลกำไรของโจทก์ทั้งประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (19)ก็บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่ารายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีไม่ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ การที่โจทก์นำรายจ่ายส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเป็นการอำพรางข้อเท็จจริง จึงไม่มีเหตุลดเงินเพิ่มให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 20 ป.รัษฎากร มาตรา 22 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าโจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำกว่าที่ควรเสีย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2518 ถึง 2520 จึงประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินเพิ่มอีกรวมเป็นจำนวน 39,794,941.36บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาแล้วให้ยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเป็นการมิชอบ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยทั้งห้าให้การว่า จำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีและเงินเพิ่มตามฟ้องถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เสียภาษีไว้ไม่ถูกต้อง โดยนำรายจ่ายค่าส่วนแบ่งผลกำไรซึ่งโจทก์จ่ายให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม มารวมเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(19) จึงต้องเสียภาษีเพิ่มและเงินเพิ่มตามที่จำเลยประเมิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรมาตรา 22 ตามแบบคำสั่งให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ลงหนึ่งในสามจำเลยฎีกาว่า ศาลไม่มีอำนาจลดเงินเพิ่ม และไม่สมควรลดเงินเพิ่มให้โจทก์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่มีอำนาจลดเงินเพิ่มกับไม่สมควรลดเงินเพิ่มให้โจทก์นั้น สำหรับเรื่องอำนาจศาล

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเพิ่มกับเสียเงินเพิ่มและโจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทั้งเรื่องภาษีเพิ่มและเงินเพิ่ม เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ และโจทก์อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลทั้งเรื่องภาษีและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับเงินเพิ่ม ส่วนเรื่องการลดเงินเพิ่ม หม่อมราชวงศ์ปิติศิริ เกษมสันต์ พยานโจทก์ เบิกความว่า ตัวเลขที่จำเลยนำมาประเมินภาษีได้มาจากบัญชีของโจทก์ และการเรียกเงินเพิ่มในอัตราเท่ากับผู้เลี่ยงภาษีที่ไม่นำรายได้มาลงบัญชี ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ ซึ่งนายผจญ โสตถิพัฒนพงศ์

พยานจำเลย เบิกความว่า พยานเป็นผู้ตรวจสอบภาษีของโจทก์ตั้งแต่ปี 2518 ถึงปี 2520 โดยตรวจจากแบบยื่นรายการภาษีเงินได้และงบดุลที่โจทก์ยื่นไว้ ปรากฏว่าโจทก์นำรายจ่ายที่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(19) ไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเป็นเงิน 100,000,000 บาทเศษ จึงได้ขอออกหมายเรียกโจทก์มาไต่สวนจากนั้นได้ปรับปรุงรายได้ของโจทก์ใหม่แล้วแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย ล.9 ถึง ล.11

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.6 ข้อ 8 มีใจความว่า โจทก์ยอมแบ่งกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการผลิตและจำหน่ายสุราให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผลกำไรของโจทก์ ทั้งประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(19) ก็บัญญัติไว้ชัดแจ้งความว่า รายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีแล้ว ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ การที่โจทก์นำรายจ่ายส่วนแบ่งกำไรดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีจึงเป็นการอำพรางข้อเท็จจริง ทั้งการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีอากรของจำเลยที่ 1 ทำการตรวจสอบและไต่สวนพบว่า รายการภาษีเงินได้ที่โจทก์ยื่นไว้ไม่ถูกต้อง แล้วประเมินให้โจทก์รับผิดเสียเงินอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้นก็เป็นการชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 20 และ 22 จึงไม่สมควรลดเงินเพิ่มให้โจทก์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · สุไพศาล วิบุลศิลป์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4924/2533

เงินที่โจทก์จ่ายให้แก่บริษัท อ. โจทก์นำมาถือเป็นรายจ่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และไม่ปรากฏว่าการจ่ายเงินจำนวนนี้ โจทก์ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็ได้พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1412/2549

ตาม ป. รัษฎากร มาตรา 19 และ 20 การออกหมายเรียกเป็นขั้นตอนหนึ่งของการประเมิน หากโจทก์เห็นว่าการออกหมายเรียกไม่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์ก็ชอบที่จะโต้แย้งคัดค้านโดยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 956/2544

บริษัทโจทก์ลงบัญชีย่อยหรือลูกหนี้อื่น ๆ ชื่อบัญชีบริษัท ฟ. รับรู้รายได้ในเดือนสิงหาคม ตุลาคม และพฤศจิกายน 2532 รวมเป็นเงิน 2,879,913 บาทเท่ากับค่าจ้างทำของที่โจทก์ได้ทำสัญญาตกแต่งภายในให้แก่บริษัท ฟ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2541

ป.รัษฎากรได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ต่างหากจากกัน โดยเริ่มแรกหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องตรงความเป็นจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2532

โจทก์เป็นผู้ทำไม้ตาม ที่ได้รับสัมปทานเอง ลูกช่วงของโจทก์คือผู้รับจ้างตัด ฟันไม้จากโจทก์ การทำป่าไม้สัมปทานคือกิจการของโจทก์ตรง ตาม วัตถุประสงค์ของบริษัทโจทก์ การคำนวณรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้