Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความว่า จำเลยทั้งสามกับพวกล้อมบังคับให้ผู้เสียหายนั่งและจับผู้เสียหายนอนลงโดยมีคนใช้เท้าเหยียบขาผู้เสียหาย และมีคนหยิบเงินจำนวน 6,500 บาทไปจากผู้เสียหาย แต่ก็ได้ความจากผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายรู้จักกับจำเลยทั้งสามมาก่อน เคยย้ายมาพักอาศัยอยู่กับทางฝ่ายจำเลยและเคยยืมเงินจำเลยที่ 2 กับวันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 บอกให้ผู้เสียหายย้ายไปจากกรุงเทพฯ ในวันรุ่งขึ้น เจือสมกับข้อนำสืบของจำเลยว่า ผู้เสียหายย้ายมาขออาศัยอยู่กับฝ่ายจำเลย ฝ่ายจำเลยให้การช่วยเหลือผู้เสียหายด้านการเงิน และยอมให้ผู้เสียขายโรตี บริเวณที่จำเลยที่ 1 เคยขายมาก่อน โดยให้ขายเพียง 1 เดือน แต่ผู้เสียหายไม่ยอมย้าย คืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปพบผู้เสียหายเพื่อขอให้ย้ายที่ขายโรตี ซึ่งผู้เสียหายไม่ยอม และจำเลยที่ 2 ทวงเงินผู้เสียหาย จึงเกิดโต้เถียงกัน ส่อแสดงว่าผู้เสียหายกับฝ่ายจำเลยมีข้อขัดแย้งผลประโยชน์กัน ทั้งผู้เสียหายยังเบิกความกลับไปกลับมาในเรื่องบริเวณที่ขายโรตีของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 และเรื่องการยืมเงินของจำเลยที่ 2 ในที่เกิดเหตุคำพยานผู้เสียหายมีพิรุธ กับหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุจนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้ ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่ถูกจับได้ในคืนเกิดเหตุ แต่ตรวจค้นไม่พบเงินของผู้เสียหายจากจำเลยทั้งสามพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340 และให้ร่วมกันคืนเงินจำนวน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกจำเลยคนละ 12 ปีและให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดคือปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจริงหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานปากเดียวเบิกความว่า จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 2คนเข้าล้อมตัวผู้เสียหายไว้บังคับให้นั่งลงที่พื้นดิน

จำเลยที่ 1จับคอเสื้อและใช้มืออีกข้างหนึ่งปิดตาผู้เสียหายพร้อมกับพูดว่าทำไมไม่ให้เงิน จับผู้เสียหายนอนลง มีคนใช้เท้าเหยียบขาอ่อนผู้เสียหายและมีคนใช้มือสอดไปหยิบเงินในกระเป๋าลับที่ขอบกางเกงด้านหน้าของผู้เสียหายไป 6,500 บาท แต่ก็ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายอีกว่าผู้เสียหายกับจำเลยทั้งสามเป็นชาวบังกลาเทศด้วยกันรู้จักกันมาก่อนเป็นอย่างดีผู้เสียหายเคยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม เมื่อย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ก็ไปอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1ที่ 2 แล้วต่อมาไปอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 3 และผู้เสียหายเคยยืมเงินจำเลยที่ 2 ในคืนเกิดเหตุจำเลยที่ 1 บอกให้ผู้เสียหายย้ายไปจากกรุงเทพมหานครในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลยทั้งสามว่า

เมื่อผู้เสียหายย้ายมาอยู่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1 ที่ 2ให้ผู้เสียหายอาศัยอยู่ด้วย ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและยอมให้ผู้เสียหายขายโรตีหน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราซึ่งจำเลยที่ 1เคยขายดีมาก่อน โดยให้ขายเพียง 1 เดือน เมื่อมีเงินแล้วให้ย้ายไปขายที่อื่น แต่ต่อมาผู้เสียหายไม่ยอมย้ายที่ขายโรตี คืนเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปพบผู้เสียหาย จำเลยที่ 1 บอกให้ผู้เสียหายย้ายที่ขายโรตี แต่ผู้เสียหายไม่ยอมจึงเกิดโต้เถียงกัน และจำเลยที่ 2ทวงเงินผู้เสียหาย แล้วเกิดโต้เถียงกันด้วยเช่นกัน จึงส่อแสดงว่าผู้เสียหายกับฝ่ายจำเลยทั้งสามมีข้อขัดแย้งขัดผลประโยชน์กันนอกจากนี้ผู้เสียหายยังเบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยเกี่ยวกับข้อขัดแย้งดังกล่าวว่า

จำเลยทั้งสามมีอาชีพขายโรตี เดิมจำเลยที่ 1ที่ 2 ขายโรตีอยู่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตรา แล้วเบิกความใหม่ว่าไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 ขายโรตีอยู่ที่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราหรือไม่ และเบิกความอีกว่าวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปหาผู้เสียหายที่หน้าสถานอาบอบนวดคลีโอพัตราจำเลยที่ 2 ขอยืมเงิน2,000 - 3,000 บาท ผู้เสียหายให้เงินจำเลยที่ 2 ไปเพียง 500 บาทจำเลยที่ 2 ทราบว่าผู้เสียหายมีเงินแต่ไม่ยอมให้ จึงไม่พอใจแล้วเบิกความใหม่ว่า ตอนที่จำเลยที่ 2 ขอยืมเงินนั้นยืมกันที่บ้านจำเลยที่ 2 วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสามไปพบกับผู้เสียหายเพื่อเยี่ยมเท่านั้น ไม่ได้ขอยืมเงินเป็นการเบิกความกลับไปกลับมามีพิรุธอีกด้วย ทั้งยังปรากฏว่าหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ก็ยังอยู่ในที่เกิดเหตุจนนายดาบตำรวจวิชัย

ชื่นบำรุง กับจ่าสิบตำรวจนุกูล เมฆคงจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ในที่เกิดเหตุ แต่ตรวจค้นไม่พบเงินของผู้เสียหายที่จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ถูกพลตำรวจประหยัด นีสันเที๊ยะ กับพลตำรวจบุญชู รอดทะ จับกุมได้ในคืนเกิดเหตุแต่ก็ค้นไม่พบเงินของผู้เสียหายที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เช่นกันพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญสิน ตุลากัน · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้