Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 221/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าเท่านั้น จะโอนจะแบ่งตามกฎหมายครอบครัวหรือมรดกหรือตามนิติกรรมก็ดี ถ้าไม่มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาเช่า หรือมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าแล้ว จะโอนจะแบ่งไปยังบุคคลภายนอกแม้จะเป็นสามีภริยาหรือแม้แต่ทายาทของผู้เช่าหาได้ไม่หรือนัยหนึ่งสิทธิการเช่าเป็นสิทธิตามสัญญาซึ่งคนอื่นนอกจากคู่สัญญาเช่าจะเข้าไปมีสิทธิตามสัญญาด้วยไม่ได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้เช่าตึกพิพาทตามสัญญาเช่าแต่ผู้เดียวจำเลยไม่ใช่คู่สัญญาด้วย. ย่อมไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยมีสิทธิตามสัญญาที่จะได้รับชำระหนี้ คือการเข้าอยู่ในตึกเช่ารายพิพาทได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 888/2511)ข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์สัญญาจะโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยด้วยวาจานั้น ไม่มีผลในกฎหมายที่จะผูกพันบังคับกันได้โจทก์ฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายมาด้วย แต่ไม่มีคำขอให้ใช้ค่าเสียหาย ศาลฎีกาย่อมไม่พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิการเช่าตึกแถวเลขที่ 46/4 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ให้จำเลยอาศัย แต่จำเลยกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์ ขอให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าในฐานะตัวแทนจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมีหุ้นส่วนรวมอยู่ด้วยในการเช่าที่ดินและตึกพิพาท โจทก์ทำสัญญาเช่าในนามของหุ้นส่วน ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้จดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์ตึกพิพาทให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แล้วโจทก์เป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แต่ผู้เดียวตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2504 ตลอดมา ตามสัญญาเช่าตึกพิพาทหมาย จ.2 บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรสาวอยู่ในตึกพิพาทต่อไป ปัญหาจึงมีว่า โจทก์จะฟ้องขับไล่จำเลยได้หรือไม่ หรือจำเลยจะมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทได้หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ใช่ตัวแทนจำเลยที่ 2 ในการเช่า แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ข้อสำคัญ สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าเท่านั้น จะโอนจะแบ่งตามกฎหมายครอบครัวหรือมรดกหรือตามนิติกรรมก็ดี

ถ้าไม่มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาเช่า หรือมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าแล้ว จะโอนจะแบ่งไปยังบุคคลภายนอกแม้จะเป็นสามีภริยาหรือแม้แต่ทายาทของผู้เช่า หาได้ไม่ หรือนัยหนึ่งสิทธิการเช่าเป็นสิทธิตามสัญญาซึ่งคนอื่นนอกจากคู่สัญญาเช่า จะเข้าไปมีสิทธิตามสัญญาด้วยไม่ได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้เช่าตามสัญญาเช่าแต่ผู้เดียว จำเลยไม่ใช่คู่สัญญาด้วย จึงไม่อาจจะอ้างได้ว่าจำเลยมีสิทธิตามสัญญาที่จะได้รับชำระหนี้ คือการเข้าอยู่ในตึกเช่ารายนี้ได้ (คำพิพากษาฎีกาที่ 888/2511 นายชิน วานิชสวัสดิ์ โจทก์นางชาลีนี วานิชสวัสดิ์ จำเลย) ข้อที่จำเลยอ้างว่าเป็นผู้ออกเงินสร้างตึกพิพาทด้วยนั้น ไม่เป็นเหตุให้จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทได้ เพราะตึกพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานทรัพย์สินฯ ซึ่งให้โจทก์คนเดียวเป็นผู้เช่าตลอดมา และการที่จำเลยที่ 1 มีชื่อเป็นผู้ขออนุญาตติดตั้งประปา

ไฟฟ้า และโทรศัพท์ ในตึกพิพาท ก็ไม่ใช่เหตุที่จะทำให้ฝ่ายจำเลยเป็นผู้เช่าตึกหรือมีสิทธิจะอยู่ในตึกพิพาทได้เช่นเดียวกัน ส่วนข้อที่จำเลยที่ 2 อ้างว่า โจทก์สัญญาจะโอนสิทธิการเช่าให้ต่อไปนั้น นอกจากไม่มีเหตุผลที่น่าเชื่อเพราะโจทก์เช่ามานานถึง 8 ปีก่อนฟ้องคดีนี้แล้ว ยังเป็นข้ออ้างด้วยวาจา ไม่มีผลในกฎหมายที่จะผูกพันบังคับได้ และยังจะต้องได้รับความยินยอมจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ผู้ให้เช่าเป็นหนังสืออีกด้วย ตามสัญญาเช่าข้อ 7 จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะใช้หรือรับประโยชน์ในตึกเช่ารายพิพาทนี้ต่อไปได้ ทั้งโจทก์เป็นผู้ชำระค่าเช่าตลอดมาตั้งแต่ปี 2504 ตามใบเสร็จรับเงินค่าเช่าจากผู้ให้เช่า ตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.6 ถึง

จ.22 จำเลยมีแต่รูปถ่ายเช็ค หมาย ล.15 สั่งจ่ายเงิน 5,000 บาท แก่สำนักงานทรัพย์สินฯ ฉบับเดียว ซึ่งจำเลยมิได้อธิบายว่าเป็นเงินค่าอะไร ส่วนใบเสร็จรับเงินค่าเช่า 3 ฉบับ ตามเอกสารล.1, 2, 3 ก็ออกให้ในชื่อโจทก์เป็นผู้ชำระ แสดงว่าผู้ให้เช่ายอมรับว่าโจทก์เป็นผู้เช่า หรือแม้จะฟังว่าจำเลยเคยชำระค่าเช่าบ้างบางเดือน ก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทต่อไปได้ ฐานะของจำเลยเป็นบริวารของโจทก์เท่านั้น ส่วนค่าเสียหาย

โจทก์ฎีกามาด้วย แต่ไม่มีคำขอให้ใช้ค่าเสียหายคงขอเพียงให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนโจทก์เท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากตึกพิพาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · สัญชัย สัจจวานิช · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้