คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าตั้งแต่วันที่ ๑๒ ถึง ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๖ ระวางเกิดการชบฎ จำเลยได้กล่าวถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลเช่นว่า พระองค์เจ้าบวรเดชกระทำโดยมุ่งหมายดีแก่ราษฏร จะว่าเป็นกบฎไม่ได้ รัฐบาลจะต้องพ่ายแพ้ ข่าววิทยุที่ประกาศฟังเป็นแน่นอนไม่ได้ อันเป็นข้อความที่ประชาชนอาจกระด้างกระเดื่องต่อการปกครองของบ้านเมือง ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๐๔ ศาลเดิมพิพากษาให้จำคุกจำเลย ๔ เดือน ตามมาตรา ๑๐๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๐
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมแลว่าถ้อยคำที่กล่าวไม่เป็นผิดตาม ม.๑๐๔ เพราะมาตรา ๑๔ แห่งรัฐธรรมนูญได้ยกเลิกเสียแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมเพราะได้ระบุข้อความที่จำเลยกล่าวพร้อมทั้งวันเดือนปีแลสถานที่ไว้พอที่จำเลยจะต่อสู้ได้แล้ว ส่วนข้อที่ว่าแม้จำเลยกล่าวจริงก็ไม่เป็นผิดนั้นเห็นว่า ปัญหาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้กันมาแต่ชั้นศาลล่าง เพิ่งมากล่าวอ้างชั้นฎีกา ไม่รับไว้พิจารณาตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ นข้อที่จะหลดพน