Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2207/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ก. ผู้เป็นสมาชิกสหกรณ์จำเลยได้กู้เงินจำเลยโดยโจทก์ผู้เป็นสมาชิกอีกผู้หนึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์กู้เงินจำเลยโดยจำนองที่ดินไว้แก่จำเลยสัญญาจำนองมีข้อความว่า เพื่อประกันเงินซึ่งโจทก์เป็นหนี้จำเลยอยู่ในขณะทำสัญญาหรือในเวลาหนึ่งเวลาใดต่อไปภายหน้า กับทั้งหนี้สินต่าง ๆ ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดไม่ว่าในฐานะใด ๆ ต่อจำเลย ดังนี้ สัญญาจำนองย่อมครอบคลุมถึงหนี้ตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวด้วย แม้โจทก์จะชำระหนี้ที่โจทก์กู้จากจำเลยครบถ้วนแล้ว สัญญาจำนองก็ยังไม่ระงับสิ้นไป จำเลยมีสิทธิที่จะไม่จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จำนองที่ดินไว้กับจำเลยเพื่อประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยจำนวน 28,000 บาท ต่อมาโจทก์ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้จำเลยครบถ้วนแล้ว จึงแจ้งให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับบ่ายเบี่ยง ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้วจริงแต่โจทก์ยังต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้เงินกู้ของนางกัลยา ชูดี ซึ่งได้กู้ไปจากจำเลยและยังค้างชำระอยู่ นางกัลยาผิดนัดและโจทก์ไม่ได้ชำระเงินดังกล่าวให้จำเลย จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะไม่ให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองที่ดินดังกล่าวได้ตามข้อตกลงในสัญญาจำนองศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์เป็นสมาชิกของจำเลย

เมื่อวันที่22 มีนาคม 2520 โจทก์ได้ทำหนังสือค้ำประกันหนี้ที่นางกัลยา ชูดี กู้เงินไปจากจำเลยต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2521 โจทก์ได้กู้เงินจากจำเลย โดยได้จำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 26 หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยป่าหวาย อำเภอพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี ไว้กับจำเลยตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 และโจทก์ได้ชำระต้นเงินกู้ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ส่วนหนี้ที่นางกัลยา ชูดี กู้ไปจากจำเลยซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันนั้นยังค้างชำระอยู่ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีสิทธิที่จะไม่จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้โจทก์หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าหนังสือสัญญาจำนองที่ดินตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 ข้อ 1 มีความว่า"ผู้จำนองได้ตกลงจำนองที่ดินดังกล่าวข้างบนนี้ แก่ผู้รับจำนอง เพื่อประกันเงินซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ผู้รับจำนองอยู่ในเวลานี้ หรือในเวลาหนึ่งเวลาใดต่อไปภายหน้าดังปรากฏจำนวนต้นเงินและดอกเบี้ยในบัญชีของสหกรณ์ กับทั้งหนี้สินต่าง ๆ ซึ่งผู้จำนองจะต้องรับผิดไม่ว่าในฐานะใด ๆ ต่อสหกรณ์การเกษตรเสาไห้ จำกัด" จากข้อสัญญานี้ได้แสดงอย่างแจ้งชัดว่า การจำนองที่ดินของโจทก์นอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ ยังเป็นประกันหนี้สินต่าง ๆ ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยไม่ว่าในฐานะใด ๆ อีกด้วย ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าหนี้ที่นางกัลยา

ชูดี กู้ไปจากจำเลยซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันยังค้างชำระและจำเลยยได้ทวงถามโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันให้ชำระหนี้แทนนางกัลยา ชูดี แล้วถือได้ว่าโจทก์ยังมีหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อจำเลยตามสัญญษจำนองรายนี้อยู่ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ชำระหนี้ดังกล่าวให้จำเลย สัญญาจำนองจึงยังไม่ระงับสิ้นไป จำเลยมีสิทธิที่จะไม่จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินให้โจทก์

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์จำนองที่ดินก็เพื่อเป็นประกันในการกู้เงินของโจทก์เท่านั้น เมื่อสัญญษจำนองที่ดินไม่มีข้อความระบุแน่ชัดถึงความรับผิดของโจทก์ประการอื่นแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงไม่ครอบคลุมไปถึงหนี้ที่เกิดจากการที่โจทก์ค้ำประกันนางกัลยา ชูดี ต่อจำเลยเทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1807/2504 ระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่ โจทก์ นายแพทย์พีระศักดิ์ ไชยนันท์ จำเลยนั้น เห็นว่า หนังสือสัญญาจำนองตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1 ข้อ 1 มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่า การจำนองที่ดินรายนี้ เพื่อเป็นประกันหนี้สินต่าง ๆ ของโจทก์ที่มีต่อจำเลยด้วยดังกล่าวข้างต้นแล้ว คำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมีข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2528

โจทก์จำนองที่ดินไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้บริษัท ภ.และหนี้ของโจทก์เองเป็นเงิน 180,000 บาท ในวันเดียวกันนั้นโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท ภ.สัญญาจำนองและสัญญาค้ำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3259/2554

แม้ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 ทำไว้เมื่อปี 2536 และปี 2538 ระบุให้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่จะมีต่อไปในภายหน้าด้วย โดยสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อปี 2536 มีจำเลยที่ 2 และที่ 9 เป็นผู้ร่วมค้ำประกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11603/2553

จ. ทำสัญญากู้ยืมเงินจากจำเลยเมื่อปี 2534 เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ จ. โดยโจทก์จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อประกันการกู้ยืมเงินและหนี้สินอื่นๆ ของโจทก์ และหรือของ จ. ที่มีอยู่แล้วขณะที่ทำสัญญาและที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2546

หนี้ตามคำพิพากษาคำนวณถึงวันที่โจทก์ขอยึดที่ดินพิพาททั้งต้นและดอกเบี้ยรวมมากกว่า 10,000,000 บาท แต่ทรัพย์จำนองทั้งสามแปลงมีราคาตามราคาประเมินของเจ้าพนักงานบังคับคดีรวมไม่ถึง 1,000,000 บาท ที่ดินพิพาทเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3987/2546

สัญญาจำนองที่ดินระหว่างโจทก์กับธนาคารจำเลยนอกจากจะเพื่อเป็นประกันเงินที่โจทก์กู้จากจำเลยแล้ว ยังเป็นประกันหนี้ทุกประเภทที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อจำเลยอีกด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์ยังค้างชำระหนี้ตามสัญญาขายต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้