Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2206/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยได้ แต่งตั้ง ทนายความ แต่ ทนายความของจำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันสืบพยานโจทก์ เป็นความบกพร่อง ของจำเลยเองที่ไม่หาผู้ที่รับมอบหมายที่เชื่อถือ ได้ และไม่สนใจ ติดตามเรื่องที่ตน ถูก ฟ้อง ดังนี้ ไม่ใช่เหตุสมควรที่จะขอให้ พิจารณาใหม่ ตามป.วิ.พ. มาตรา 209.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ตกลงซื้ออ้อยของโจทก์ที่ปลูกไว้ 2 แปลงรวมเนื้อที่ 20 ไร่ เป็นเงิน 59,500 บาท และจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ไปบางส่วนแล้วคงเหลือเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์อีก28,500 บาท โจทก์ติดตามทวงถามตลอดมาจนกระทั่งวันที่ 26 พฤษภาคม2530 จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ขอผ่อนชำระแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2530 แต่จำเลยก็มิได้ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์แต่อย่างใด ขอบังคับจำเลยให้ชำระเงินจำนวน29,212.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 29,212.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่า จำเลยได้มอบเรื่องให้ผู้แจ้งว่าเป็นทนายความ และมอบเงินเป็นค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้นั้นแล้วจำเลยมาทราบภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวไม่จัดการให้ จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุขาดนัดเกิดแต่ความผิดและความบกพร่องของจำเลยเอง ไม่เป็นเหตุสมควรที่จะขอให้พิจารณาใหม่ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายพอสรุปใจความได้ว่า ผู้ที่แจ้งว่าเป็นทนายความรับจะจัดการให้จำเลย โดยจำเลยลงชื่อในใบแต่งทนายความและมอบเงินค่าใช้จ่ายให้ไว้แต่บุคคลผู้นั้นกลับไม่จัดการให้

การที่จำเลยไม่ได้ยื่นคำให้การ และไม่มาศาลในวันสืบพยานโจทก์ จึงไม่ใช่ความผิดของจำเลยนั้น เห็นว่า ข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวเกิดจากความบกพร่องของจำเลยเองที่ไม่หาผู้ที่รับมอบหมายที่เชื่อถือได้ และไม่สนใจติดตามเรื่องที่ตนถูกฟ้อง จึงไม่ใช่เหตุสมควรที่จะขอให้พิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 209 ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2543

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่หลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว การพิจารณาคำขอดังกล่าวจึงต้องพิจารณาเป็นลำดับ คือ ศาลต้องพิจารณาคำขอนั้นก่อนว่าถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4244/2541

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 1ฎีกายกเหตุอ้างว่าไม่จงใจขาดนัดพิจารณาอันเป็นข้อเท็จจริงแม้ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาในชั้นดำเนินก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3042/2541

ในคดีแรงงานเมื่อพนักงานเดินหมายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานศาลได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลย โดยวิธีปิดหมายตามคำสั่งศาลแรงงาน ณ ภูมิลำเนาของจำเลยคือสำนักงานใหญ่อันเป็นสำนักทำการงานของจำเลยแล้ว การส่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3946/2540

โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2535 โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2534 จำเลยได้แจ้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่นขอย้ายภูมิลำเนาไปอยู่บ้านเลขที่ 50 ถนนนเรศ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4285/2539

จำเลยที่1ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนและเพิกถอนคำสั่งขาดนัดพิจารณาโดยอ้างว่าได้ทำใบมอบฉันทะมอบให้ธ. มาแล้วแต่ธ.ไม่ได้นำไปแสดงต่อศาลเพราะหลงลืมทั้งได้คัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไว้ด้วยคำร้องจึงชอบด้วยประมวลกฎ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้