Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2201/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาไว้จึงอาจจะเป็นการแสดงออกของผู้ได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนไขเวลาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้ หากจำเลยประสงค์จะได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่กำหนดให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ในวันที่ 31 มกราคม 2530 อันเป็นเงื่อนเวลาเริ่มต้นซึ่งกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ากำหนดไว้เพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้คือจำเลยที่ยังไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่โจทก์จนกว่าจะครบกำหนดเงื่อนเวลาดังกล่าว จำเลยก็จะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ เมื่อจำเลยให้การเพียงปฏิเสธหนี้ของโจทก์โดยมิได้ยกเงื่อนเวลานั้นเป็นข้อต่อสู้ จึงเป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาโดยปริยาย ปัญหาเรื่องเงื่อนเวลามิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ โจทก์พร้อมที่จะชำระราคาที่ดินทั้งหมดให้แก่จำเลย และได้แจ้งกำหนดนัดให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ไปตามนัดทั้งยังมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินแก่โจทก์พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่โจทก์พร้อมกับรับชำระราคาทั้งหมดไปจากโจทก์ก่อนครบกำหนดเงื่อนเวลาได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 แต่งตั้งให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 4424 แก่โจทก์ในราคา 600,000 บาทวางมัดจำ 2,000 บาท กำหนดโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 31 มกราคม 2530โจทก์แจ้งจำเลยว่าจะชำระค่าที่ดินที่เหลือทั้งหมดในวันที่ 25สิงหาคม 2529 และขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี แต่จำเลยไม่ไปตามนัดต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2529 โจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาและเงินมัดจำ 2,000 บาท จากจำเลย จำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยที่ 1 รับเงินค่าที่ดินและโอนที่ดินให้โจทก์ หากไม่ไปโอนให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโดยให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนทั้งสิ้นศาลชั้นต้นยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในชั้นรับคำฟ้อง

เนื่องจากเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ตกลงกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ว่าเงินค่าซื้อที่ดินงวดต่อ ๆ ไปโจทก์จะนำไปชำระที่บ้านจำเลยที่ 1 วันที่ 25 สิงหาคม 2529 จำเลยที่ 1 รอพบโจทก์ที่บ้านแต่โจทก์ไม่นำเงินไปชำระตามสัญญา จำเลยที่ 1 จึงบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2529 จำเลยที่ 1 ไม่ทราบและไม่เคยได้รับคำนัดหมายจากโจทก์ที่จะนำเงินไปชำระที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีในวันที่ 25 สิงหาคม 2529ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 รับชำระเงินจำนวน600,000 บาท จากโจทก์และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4424แก่โจทก์โดยจำเลยที่ 1 ออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนหากจำเลยที่ 1 ไม่ไปให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องบังคับจำเลยที่ 1 ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่โจทก์ก่อนวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามสัญญาจะซื้อขายได้หรือไม่ เห็นว่า แม้ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทเอกสารหมาย จ.1 กำหนดให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในวันที่ 31 มกราคม 2530 อันเป็นเงื่อนเวลาเริ่มต้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 154 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า กำหนดไว้เพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้คือจำเลยที่ 1 ที่ยังไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ก็ตามแต่ในวรรคสองของมาตราดังกล่าวนี้บัญญัติว่า ประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นฝ่ายใดจะสละเสียก็ได้

การสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานี้กฎหมายมิได้กำหนดรูปแบบไว้ ซึ่งอาจจะเป็นการแสดงออกของผู้ได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ได้ ในกรณีที่มีคดีมาสู่ศาลหากจำเลยที่ 1 ประสงค์จะได้รับประโยชน์แห่งเงื่อนเวลาตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าว จำเลยที่ 1 ก็จะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีเอาไว้เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การเพียงปฏิเสธหนี้ของโจทก์อย่างเดียวโดยมิได้ยกเงื่อนเวลานั้นมาเป็นข้อต่อสู้ จึงเท่ากับเป็นการสละประโยชน์แห่งเงื่อนเวลานั้นโดยปริยาย ดังนั้นศาลจะหยิบยกปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ เพราะมิใช่เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลอุทธรณ์นำปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบ

อย่างไรก็ตามเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์พร้อมที่จะชำระราคาที่ดินพิพาททั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 และแจ้งให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในวันที่ 25 สิงหาคม 2529 แล้ว แต่จำเลยที่ 1 ไม่ไปโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ตามนัดทั้งยังให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2529พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวย่อมถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55โจทก์จึงมีอำนาจที่จะฟ้องจำเลยที่ 1 ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์พร้อมกับรับชำระราคาทั้งหมดไปจากโจทก์ก่อนครบกำหนดเงื่อนเวลาได้พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสภณ จันเทรมะ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้