Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เพื่อโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำเลยในการกระทำอันเป็นความผิด ของจำเลยว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน ซึ่งเป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยให้การ รับสารภาพในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงเป็นการไม่ชอบและเมื่อ ศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา พิพากษาใหม่ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัย ในปัญหานี้ไปเสียเลย การที่จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูหลักฐานเพราะมี พฤติการณ์เป็นที่น่าสงสัยเนื่องจากแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ ไม่ใช่ทะเบียนที่ทางราชการออกให้ โดยตรวจพบว่าแผ่นป้าย ทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีเป็นเอกสาร ที่ทำปลอมขึ้น การกระทำของจำเลยทั้งหมดคือ การปลอมใช้และ อ้างแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสีย ภาษีปลอมเป็นความผิดกรรมเดียวเพราะเป็นเอกสารและหลักฐาน ที่ติดอยู่ที่รถยนต์คันเดียวกันและตามฟ้องของโจทก์ก็ปรากฏ ว่าจำเลยแสดงเอกสารดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานตำรวจในเวลาเดียวกัน ซึ่งตามพฤติการณ์เห็นได้ว่า จำเลยมีเจตนาอย่างเดียวกันคือ เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็น รถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยในจึงเป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 สำหรับข้อหาใช้หรืออ้างแผ่นป้ายแสดงการประกันภัย คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอม ใช้หรืออ้างใบอนุญาต ขับรถยนต์ปลอม และใช้หรืออ้างใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ปลอม แม้ตามฟ้องจะปรากฏว่าจำเลยได้แสดงต่อ เจ้าพนักงานตำรวจในคราวเดียวกัน แต่ก็เป็นเอกสารคนละประเภทกันโดยเจตนาของการปลอม การใช้และอ้างซึ่งเอกสารดังกล่าว มีเจตนาก่อให้เกิดผลที่แตกต่างกัน กล่าวคือ การใช้หรืออ้าง แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอม เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีการประกันภัย คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัย จากรถ พ.ศ. 2535 จริง การใช้หรืออ้างใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอมเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีความสามารถขับรถยนต์ ได้ซึ่งทางราชการได้ออกใบอนุญาตให้แก่จำเลยแล้วและการใช้ หรืออ้างใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ปลอมเพื่อ ให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ดังกล่าวได้ ซึ่งทางราชการได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 มีและ ใช้อาวุธปืนดังกล่าวแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 ส่วนนี้จึงเป็นคนละกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มิใช่เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ จึงมิใช่เอกสารราชการการปลอมและใช้แผ่นป้ายแสดงการประกันภัย คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจึงเป็นเพียงความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก,268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก การที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 โดยไม่ได้ระบุ บทมาตราประกอบ และไม่ได้ระบุวรรคในความผิดอื่น ๆ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 83, 91, 265, 268, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบเอกสารราชการปลอมกระสุนปืน 6 นัด ของกลางกับให้นับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3755/2540 ของศาลจังหวัดชลบุรีจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 เป็นคดีใหม่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ เป็นการกระทำ หลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้เอกสารราชการปลอม และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้นเอง ฐานปลอมและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ให้ลงโทษ ตามมาตรา 268 วรรคสองประกอบมาตรา 265 จำคุก 3 ปี ฐานปลอมและใช้แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ให้ลงโทษตาม มาตรา 268 วรรคสองประกอบมาตรา 265 จำคุก 3 ปี

ฐานปลอมและใช้แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 จำคุก 2 ปี ฐานปลอมและใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ให้ลงโทษ ตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 จำคุก 3 ปี ฐานปลอม และใช้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบมาตรา 265 จำคุก 2 ปี ฐานมีอาวุธและเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 14 ปี 2 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 1 เดือน ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3755/2540 ของศาลจังหวัดชลบุรี ริบเอกสารราชการปลอมและกระสุนปืนของกลางจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ในกรณีที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า

การกระทำของจำเลยที่ 1 ฐานใช้เอกสารราชการแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมใช้แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีปลอม ใช้แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอม ใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอม ใช้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนปลอมเป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เพราะเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวมาในศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่าจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เพื่อโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในการกระทำอันเป็นความผิดของจำเลยที่ 1 ว่าเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้โต้แย้งเพราะให้การรับสารภาพในศาลชั้นต้น แต่เมื่อจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์แม้มิใช่เป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกันในศาลชั้นต้น

ศาลอุทธรณ์ก็ชอบที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง แต่ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่นั้น เห็นว่าไม่จำเป็น และควรวินิจฉัยไปพร้อมกัน ในประเด็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันและตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า ร้อยตำรวจโทจำรัส รุ่งเรือง รองสารวัตรประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2540 เวลาประมาณ 15.30 นาฬิกา พยานได้ออกตรวจพื้นที่ถึงบริเวณถนนวงศ์สว่าง

ระหว่างซอยวงศ์สว่าง 6 ถึง 8 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ได้พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ง - 2472 สงขลา จอดอยู่ ริมถนนมีพิรุธเพราะแผ่นป้ายทะเบียนมิใช่แผ่นป้ายที่ทางราชการออกให้พยานจึงเฝ้าดูจนเวลาเที่ยงคืนของ วันที่ 16 มกราคม 2540เห็นจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์แท็กซี่มาจอดตรงที่รถยนต์เก๋งฮอนด้าจอดอยู่ และจำเลยที่ 1 ไขกุญแจรถเข้าไปนั่งในที่คนขับส่วนพวกของจำเลยที่ 1 เข้าไปนั่งในด้านผู้โดยสารอีกด้านหนึ่ง พยานจึงแสดงตัวขอตรวจหลักฐานทางทะเบียนและตรวจรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จากการตรวจพบแผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีที่ติดอยู่ที่หน้ากระจกมีร่องรอยการแก้ไขปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.2 ป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมีกระดาษปิดทับข้อความเดิมไว้ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ให้ใช้ทะเบียนที่ออกโดยทางราชการจำนวน 2 แผ่น ปรากฏตามภาพถ่ายหมาย จ.1 นอกจากนี้ยังตรวจพบใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ไว้ในความครอบครองอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าวสองฉบับเป็นต้นฉบับ1 ใบ และสำเนา 1 ใบ ต้นฉบับมีชื่อนายวรทัศน์เป็นผู้ได้รับอนุญาต ส่วนสำเนามีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับอนุญาต ต้นฉบับและสำเนาดังกล่าวมีหมายเลขใบอนุญาตที่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนตรงกัน ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 พบอาวุธปืนสั้นออโตเมติก ยี่ห้อซิกเซาว์เออร์ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอกซึ่งจำเลยที่ 1 พกไว้ที่เอวด้านซ้าย และพบใบอนุญาต

ขับรถยนต์มีชื่อนายวรทัศน์เป็นผู้ได้รับอนุญาต แต่มีภาพถ่ายของจำเลยที่ 1 ติดอยู่ในใบอนุญาตดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของจำเลยที่ 1 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 และพบบัตรเครดิตของนายวรทัศน์อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของจำเลยที่ 1 อีกด้วยจึงได้แจ้งข้อหาจำเลยที่ 1 ว่าร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามเอกสารหมาย จ.6 และได้บันทึกคำให้การจำเลยที่ 1 ไว้ตามเอกสารหมาย จ.8 ได้ส่งตัวจำเลยที่ 1 พร้อมของกลางต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 ถูกเจ้าพนักงานตำรวจตรวจดูหลักฐานเพราะมีพฤติการณ์เป็นที่น่าสงสัยเนื่องจากแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ไม่ใช่ทะเบียนที่ทางราชการออกให้ โดยตรวจพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้น

การกระทำของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดคือ การปลอม ใช้และอ้างแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีปลอม เป็นความผิดกรรมเดียวเพราะเป็นเอกสารและหลักฐานที่ติดอยู่ที่รถยนต์คันเดียวกัน และตามฟ้องของโจทก์ก็ปรากฏว่าจำเลยแสดงเอกสารดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานตำรวจในเวลาเดียวกันซึ่งตามพฤติการณ์เห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาอย่างเดียวกันคือเพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยที่ 1 ในประเด็นนี้จึงเป็นกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 สำหรับข้อหาใช้หรืออ้างแผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอมใช้หรืออ้างใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอม และใช้หรืออ้างใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ

ป.4) ปลอม แม้ตามฟ้องจะปรากฏว่าจำเลยได้แสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในคราวเดียวกัน แต่ก็เป็นเอกสารคนละประเภทกันโดยเจตนาของการปลอม การใช้และอ้างซึ่งเอกสารดังกล่าวมีเจตนาก่อให้เกิดผลที่แตกต่างกันกล่าวคือ การใช้หรืออ้างแผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอมเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จริงการใช้หรืออ้างใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอมเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 มีความสามารถขับรถยนต์ได้ซึ่งทางราชการได้ออกใบอนุญาตให้แก่จำเลยแล้ว และการใช้หรืออ้างใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ปลอมเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนดังกล่าวได้ ซึ่งทางราชการได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 มีและใช้อาวุธปืนดังกล่าวแล้วการกระทำของจำเลยที่ 1 ส่วนนี้จึงเป็นคนละกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอนึ่ง

แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถมิใช่เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่จึงมิใช่เอกสารราชการ การปลอมและใช้แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจึงเป็นเพียงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก นอกจากนี้ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 โดยไม่ได้ระบุบทมาตราประกอบ และไม่ได้ระบุวรรคในความผิดอื่น ๆ ให้ครบถ้วนถูกต้องนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265, 371, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน

เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นการกระทำผิด หลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้นเอง จึงให้ลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมแต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง โดยฐานปลอมและใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมกับฐานปลอมและใช้แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์ปลอม เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่มีอัตราโทษเท่ากัน จึงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง

จำคุก 3 ปี ฐานปลอม และใช้แผ่นป้ายแสดงการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปลอมให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ฐานปลอมและใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์ปลอม ให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 ปี ฐานปลอมและใช้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ปลอม ให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 2 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 8 เดือนฐานพาอาวุธปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด

จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 2 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 5 ปี 7 เดือน ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลย ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3755/2540 ของศาลจังหวัดชลบุรี ริบเอกสารปลอมทั้งหมดและกระสุนปืนของกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · อัธยา ดิษยบุตร · อภิชาต สุขัคคานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้