Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2198/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาลว่า จำเลยยอมออกจากบ้านพิพาทภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญาในวันที่จำเลยขนย้ายออกจากบ้านโจทก์โจทก์ยอมจ่ายเงินให้จำเลยหนึ่งหมื่นบาททันที พ้นกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออกไปตามสัญญายอมจนโจทก์ขอให้ศาลบังคับให้จับจำเลยมาขังไว้จนกว่าจำเลยจะออกไปดังนี้ สัญญายอมดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อจำเลยมิได้ปฏิบัติตามสัญญา และการที่จำเลยออกจากบ้านพิพาทเพราะการบังคับคดีของศาล โจทก์จึงมิต้องจ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทให้จำเลย(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 26/2514)

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาลเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2511 ว่าจำเลยยอมออกจากบ้านพิพาทของโจทก์ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญานี้ และในวันที่จำเลยขนย้ายออกจากบ้านโจทก์ โจทก์ยอมจ่ายเงินให้จำเลยหนึ่งหมื่นบาททันที ครบกำหนดตามสัญญายอมแล้วจำเลยไม่ยอมออกไป วันที่ 8 ตุลาคม 2511 โจทก์ขอให้ศาลหมายจับจำเลยมาคุมขังไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามสัญญายอมนั้น ส่วนเงินหนึ่งหมื่นบาทนั้น เมื่อจำเลยขนย้ายออกจากบ้านของโจทก์แล้ว โจทก์ยินดีจ่ายให้จำเลยตามสัญญายอมทันที ศาลชั้นต้นส่งหมายเรียกจำเลยมาสอบถามก่อน ถึงวันนัดจำเลยแถลงขออยู่ต่อไปอีก 3 เดือนโจทก์อนุญาตให้จำเลยอยู่ได้ถึงวันที่ 20 เดือนหน้า (ธันวาคม)

เท่านั้น ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออกไป ศาลสั่งให้หมายจับจำเลยจำเลยแถลงว่าโจทก์ยังไม่จ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทให้ตามยอมจึงไม่ออกไปศาลสั่งขังจำเลย จำเลยขอประกันตัว ต่อมาจำเลยออกไปจากบ้านพิพาทในวันที่ 16 เมษายน 2512ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลขอให้โจทก์จ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทตามสัญญายอมศาลสั่งยกคำร้องจำเลยเพราะเหตุว่าจำเลยออกไปจากห้องพิพาทโดยหมายจับ หมายบังคับของศาล มิได้ออกไปด้วยความสมัครใจตามสัญญายอม และออกไปเมื่อเกินกำหนด 3 เดือนแล้วจึงหมดสิทธิจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อความว่าจำเลยยอมออกไปจากบ้านพิพาทของโจทก์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญานี้ และในวันที่จำเลยขนย้ายออกจากบ้านโจทก์โจทก์ยอมจ่ายเงินให้จำเลยหนึ่งหมื่นบาททันที

ศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2511 ซึ่งจะครบกำหนด 3 เดือนในวันที่2 ตุลาคม 2511 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จำเลยจะต้องออกจากบ้านของโจทก์ถ้าจำเลยออกก็เป็นวันที่โจทก์จะต้องจ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทให้แก่จำเลยด้วย สัญญายอมเช่นนี้จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนอันมีกำหนดเวลาที่แน่นอน คือ ภายใน 3 เดือน ถ้าจำเลยขนย้ายออกจากบ้านโจทก์ในวันไหน โจทก์ก็ต้องจ่ายเงินให้จำเลยในวันนั้น จนวันที่ 8 ตุลาคม 2511หลังจากพ้นกำหนดเวลาตามสัญญาไปแล้ว 6 วัน จำเลยยังไม่ออกจากบ้านโจทก์ ซึ่งถ้าถือเคร่งครัดตามสัญญาประนีประนอมดังกล่าวแล้วจำเลยย่อมหมดสิทธิที่จะได้เงินหนึ่งหมื่นบาทจากโจทก์ แต่โจทก์ยังแสดงเจตนาดีที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ให้จำเลยอีกหากจำเลยขนย้ายออกไปจากบ้านโจทก์ในทันที

เมื่อจำเลยขออยู่ต่ออีก 3 เดือน โจทก์อนุญาตให้อยู่ได้ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2511 แล้ว จำเลยก็หาได้ออกไปไม่จนโจทก์ต้องขอให้จับจำเลยมาขังไว้และประกันตัวไปดังนี้ แสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามสัญญานั้นเลย การที่จำเลยออกจากห้องพิพาทก็เพราะการบังคับคดีของศาล ฉะนั้น โจทก์จึงมิต้องจ่ายเงินหนึ่งหมื่นบาทให้จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สรรเสริญ ไกรจิตติ · จินตา บุณยอาคม · พิชัย รชตะนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้