Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2197/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง สัญญา ค้ำประกัน ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 8 หน้า 69 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

คำฟ้องและคำให้การ

เรื่อง สัญญา ค้ำประกัน โจทก์ ฎีกาคัดค้าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ลงวันที่ ๑๗ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๑ ศาลฎีกา รับวันที่ ๕ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เคยเป็นข้าราชการพลเรือน ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๖ ระดับ ๖ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของโจทก์ จำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษาต่อ ณ ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ ๑๖กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๗ โดยได้รับเงินเดือนและเงินอื่นที่ข้าราชการพึงได้รับ รวมทั้งได้รับทุนเป็นเงินไทยและเงินออสเตรเลียมีข้อสัญญาว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องรับราชการชดใช้ไม่น้อยกว่า ๒ เท่า ของเวลาที่รับทุน หากไม่รับราชการชดใช้จะต้องชดใช้เงินที่ได้รับจากราชการทั้งสิ้นพร้อมเบี้ยปรับ ๑ เท่า ในการนี้มีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ ไม่รับราชการชดใช้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ จึงต้องชดใช้เงินที่ได้รับไปพร้อมเบี้ยปรับให้โจทก์

คิดอัตราแลกเปลี่ยนในวันฟ้องรวมเป็นเงิน๑,๐๓๐,๓๙๐.๔๓ บาท โจทก์บอกกล่าวแล้วจำเลยที่ ๑ เพิกเฉย ซึ่งจะต้องชำระดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามสัญญา ถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย ๓๕๒,๓๑๐.๘๘ บาท อันจำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิด และโจทก์บอกกล่าวจำเลยที่ ๒ แล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้เงินจำนวน ๑,๓๘๒,๗๐๗.๓๑ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ กลับมารับราชการชดใช้ให้โจทก์ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาแล้ว ค่าปรับสูงเกินควรโจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย เงินทุนไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของรัฐบาลออสเตรเลีย ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา คู่ความแถลงร่วมกันว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาให้ข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรมต่างประเทศ โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ตามฟ้องจริง หากจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจำเลยที่ ๒ จะยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ซึ่งต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ จะต้องรับผิดตามสัญญาเป็นเงิน ๕๑๕,๒๘๐.๒๒ บาท บวกเบี้ยปรับอีก ๑ เท่า จึงเป็นเงินที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท ซึ่งในการฟ้องคดี โจทก์บวกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เข้าในต้นเงินดังกล่าวด้วย รวมเป็นเงินที่จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ๑,๓๘๒,๗๐๗ บาทแล้วจำเลยทั้งสองขอสละประเด็นข้อต่อสู้ การที่จะพิพากษาให้จำเลยรับผิดในยอดหนี้จำนวนเท่าใดนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ตามที่ศาลเห็นสมควร แล้วโจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ทั้งนี้ ตามรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑,๐๓๐,๓๙๖.๔๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๙) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แก่โจทก์ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จะพึงคิดดอกเบี้ยก่อนวันฟ้องให้โจทก์หรือไม่ ปรากฏว่าตามที่โจทก์จำเลยแถลงร่วมกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดเบี้ยปรับและดอกเบี้ย ให้จำเลยรับผิดจำนวนเท่าใด นั้น ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดในเบี้ยปรับเต็มจำนวนตามคำฟ้อง ส่วนดอกเบี้ยศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยทั้งสองรับผิดเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นมีดุลพินิจว่า โจทก์ไม่ควรได้รับดอกเบี้ยก่อนฟ้อง

โจทก์ฎีกาขอให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง เห็นว่า การที่โจทก์ยินยอมให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดดอกเบี้ยให้โจทก์ตามที่ศาลเห็นสมควรเช่นนี้ แสดงว่าโจทก์พร้อมที่จะยอมรับในดุลพินิจของศาล เมื่อศาลชั้นต้นมีดุลพินิจกำหนดเป็นประการใด โดยไม่ปรากฏว่าดุลพินิจของศาลชั้นต้นเป็นไปโดยมิชอบ ศาลฎีกาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงให้เป็นอย่างอื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน จำเลยทั้งสองไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · พิมล สมานิตย์ · ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้