Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยร่วมใช้ สิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยร่วมยื่นคำให้การ โดย แนบคำให้การมากับคำร้องด้วย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยร่วมจงใจไม่ยื่นคำให้การจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยร่วมยื่นคำให้การ ดังนี้เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้ ดุลพินิจ มีคำสั่งไปตาม มาตรา 199 โดย ยังมิได้ตรวจดู คำให้การของจำเลยร่วม จึงมิใช่เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา 18 จะนำเอามาตรา 18 วรรคท้ายมาปรับแก่คดีไม่ได้ คำสั่งที่ว่า จำเลยร่วมจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ย่อมเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม มาตรา 226 ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณา คำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องหรือไม่รับคำให้การนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยร่วมขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ศาลอนุญาตให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดี ซึ่ง ศาลชั้นต้นได้ มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวว่า "ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลง คำสั่งรวม" ดังนี้ คำสั่ง ศาลชั้นต้น ดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่าง พิจารณาและต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาเช่นกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ซึ่งมีลูกจ้างของจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวในทางการที่จ้างด้วยความประมาทชนรถยนต์โดยสารปรับอากาศคันที่ผู้ตายนั่งโดยสารมาอย่างแรงทำให้สามีโจทก์ที่ 1 ถึงแก่ความตาย เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยมิได้เป็นนายจ้างคนขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในขณะเกิดเหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ และการเกิดเหตุในคดีนี้มิใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของคนขับรถยนต์บรรทุกนั้น แต่เกิดจากความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสาร จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องเมื่อศาลชั้นต้นได้ทำการชี้สองสถานและกำหนดประเด็นข้อพิพาทไปแล้ว

โจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์เพิ่งทราบจากคำให้การของจำเลยว่าบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด เจ้าของรถยนต์โดยสาร ซึ่งผู้ตายได้นั่งโดยสารมาในขณะเกิดเหตุมีส่วนในการประมาทเลินเล่ออยู่ด้วย จึงขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำร้องของโจทก์ แสดงว่าโจทก์อาจฟ้องบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด เพื่อให้ใช้ค่าทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3) จึงมีคำสั่งอนุญาตให้หมายเรียกบริษัทถาวรฟาร์ม จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ตามคำขอของโจทก์ และเมื่อศาลชั้นต้นออกหมายเรียกดังกล่าวไปแล้วปรากฏว่าจำเลยร่วมมิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดครั้นต่อมาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2530 จำเลยร่วมได้มายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าเจ้าพนักงานศาลได้นำหมายเรียกและสำเนาฟ้องไปปิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยร่วมเพิ่งทราบว่าศาลชั้นต้นมีหมายเรียกถึงจำเลยร่วมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530ก่อนนั้นไม่ทราบว่าหมายเรียกไปอยู่ ณ ที่ใด จำเลยร่วมจึงขอยื่นคำให้การซึ่งได้แนบมากับคำร้องด้วย

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยร่วมจงใจที่จะไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด มีคำสั่งยกคำร้องจำเลยร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยร่วม คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยร่วม ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยร่วมฎีกาประการแรกพอสรุปเป็นใจความได้ว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การของจำเลยร่วมเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 จำเลยร่วมจึงมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกาได้ตามมาตรา 18วรรคท้ายนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วกรณีแห่งคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยร่วมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาอนุญาตให้จำเลยร่วมยื่นคำให้การเมื่อเลยกำหนดระยะเวลาที่จำเลยร่วมจะยื่นคำให้การได้แล้ว ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยร่วมจงใจที่จะไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยร่วมยื่นคำให้การ

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจมีคำสั่งไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199โดยที่ยังมิได้ตรวจดูคำให้การของจำเลยร่วมแต่อย่างใด จึงมิใช่เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 จะนำเอามาตรา 18 วรรคท้าย มาปรับแก่คดีไม่ได้ แต่คำสั่งที่ว่า จำเลยร่วมจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ดังกล่าวย่อมเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยร่วมจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนที่จำเลยร่วมฎีกาประการต่อไปว่า จำเลยร่วมยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องหรือไม่รับคำให้การลงวันที่ 14 ตุลาคม 2530 จึงขอให้ศาลฎีกาได้พิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวของจำเลยร่วมด้วยนั้น

พิเคราะห์แล้ว คำร้องดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยร่วมขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ศาลอนุญาตให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดี ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องดังกล่าวว่า "ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งรวม" ซึ่งก็เห็นได้ว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาและต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามบทกฎหมายที่กล่าวแล้วเช่นกัน ฎีกาข้อนี้ของจำเลยร่วมก็ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2545

การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การของจำเลยเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นคำให้การได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ซึ่งเมื่อสั่งไม่อนุญาตใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2528

การขออนุญาตยื่นคำให้การตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 199 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรคแรกแล้ว จำเลยที่ 2 จึงขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2520

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การของจำเลยเพราะยื่นเกินกำหนด8 วัน นับแต่วันรับหมายเรียกเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 จำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ทันทีตามปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2515

จำเลยซึ่งขาดนัดยื่นคำให้การ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า การขาดนัดของจำเลยเป็นไปโดยจงใจ ไม่มีเหตุควรอนุญาตให้ยื่นคำให้การ ให้ยกคำร้อง คำสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้