Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2194/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 (จำเลยที่ 1) ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 96 (3) และเจ้าหนี้รายที่ 7 ได้จัดการให้ผู้คัดค้านดำเนินการยึดหลักประกันของลูกหนี้ที่ 1 แล้ว ต่อมาระหว่างประกาศขายทอดตลาด ศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องลูกหนี้ที่ 1 ทำให้ผู้คัดค้านหมดอำนาจที่จะจัดการขายทอดตลาดหลักประกันดังกล่าวและมิใช่เป็นความผิดของเจ้าหนี้รายที่ 7 แต่อย่างใด ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าหนี้รายที่ 7 นำค่าธรรมเนียมรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามมาตรา 179 (3) (เดิม) ไปชำระต่อผู้คัดค้าน คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้รายที่ 7 ที่ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านงดเว้นเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายจากเจ้าหนี้รายที่ 7 มิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 24 วรรคสอง ที่จะอุทธรณ์ได้ อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ แต่อย่างไรก็ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องนั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวตามมาตรา 26 วรรคสี่ จึงรับพิจารณาพิพากษาคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ดังกล่าวได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2543

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องของธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 7 ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 โดยเจ้าหนี้รายที่ 7 ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้เต็มตามขอ ส่วนที่ขอเกินวงเงินและหรือยังขาดอยู่เท่าใดก็ให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 โดยส่วนเฉลี่ยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (8)

ต่อมาผู้คัดค้านได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ไปดำเนินการยึดหลักประกันดังกล่าวและเจ้าหนี้รายที่ 7 ได้จัดการยึดหลักประกัน ณ ที่ทำการของผู้คัดค้านเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2545 และอยู่ระหว่างผู้คัดค้านประกาศขายทอดตลาด เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 มีผลทำให้ลูกหนี้ที่ 1 กลับคืนสู่ฐานะเดิม ผู้คัดค้านจึงมีหนังสือลงวันที่ 17 สิงหาคม 2548 ให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ไปชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายหลักประกันดังกล่าวและค่าใช้จ่ายจำนวน 13,292.68 บาท ผู้ร้องเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านงดเว้นเรียกค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายโดยให้ถือเป็นอันพับแก่เจ้าหนี้รายที่ 7

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "สำหรับอุทธรณ์ของผู้ร้องปัญหาที่ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้ผู้คัดค้านงดเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายจากเจ้าหนี้รายที่ 7 โดยให้ตกเป็นพับไปชอบหรือไม่นั้น แม้มิใช่เป็นอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นที่ให้อุทธรณ์ได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว ชอบที่ศาลฎีกาจะยกอุทธรณ์ได้ แต่อย่างไรก็ตามปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาด ผู้คัดค้านแต่เพียงผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้

รวมทั้งเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (1) (2) เมื่อหลักประกันของเจ้าหนี้รายที่ 7 ที่ขอรับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้ตามคำขอรับชำระหนี้ดังกล่าวแล้วเป็นหลักประกันของลูกหนี้ที่ 1 ที่ได้จำนองไว้แก่เจ้าหนี้รายที่ 7 ย่อมอยู่ในอำนาจของผู้คัดค้านที่จะจัดการและจำหน่ายภายหลังเมื่อศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 ล้มละลายแล้วได้ ทั้งผู้คัดค้านก็ยังมีหน้าที่ตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันโดยให้ขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ 7 ก่อน

หากยังมีหนี้ขาดอยู่เท่าใด ให้เจ้าหนี้รายที่ 7 ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 โดยส่วนเฉลี่ยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 130 (8) ต่อไป แม้เจ้าหนี้รายที่ 7 จะเป็นผู้จัดการให้ผู้คัดค้านดำเนินการยึดและขายทอดตลาดหลักประกันดังกล่าวก็เป็นการกระทำไปตามคำสั่งของผู้คัดค้านที่แจ้งให้เจ้าหนี้รายที่ 7 มาดำเนินการยึดและขายทอดตลาด ประกอบกับคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดและคำพิพากษาให้ลูกหนี้ที่ 1 ล้มละลายที่สิ้นสุดลงไปนั้นก็เนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องลูกหนี้ลูกหนี้ที่ 1 มิได้เกี่ยวกับเจ้าหนี้รายที่ 7 ซึ่งเป็นเพียงเจ้าหนี้ผู้ยื่นขอรับชำระหนี้เท่านั้น การที่ผู้คัดค้านหมดอำนาจที่จะจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งเป็นหลักประกันของเจ้าหนี้รายที่ 7 จึงมิใช่เป็นความผิดของเจ้าหนี้รายที่ 7 แต่อย่างใดด้วย

หากแต่เป็นไปโดยผลของกฎหมายล้มละลาย การยึดและขายทอดตลาดหลักประกันดังกล่าวถือได้ว่าผู้คัดค้านดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและคำสั่งศาล ผู้คัดค้านจึงไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้เจ้าหนี้รายที่ 7 นำค่าธรรมเนียมรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 (3) (เดิม) ไปชำระต่อผู้คัดค้าน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องเป็นการไม่ชอบ ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งของผู้คัดค้านที่สั่งเจ้าหนี้รายที่ 7 ให้นำค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายห้องชุดเลขที่ 50/91 ชั้นที่ 6 อาคารเลขที่ 1 ชื่ออาคารชุดพร้อมคอนโดมิเนียม ทะเบียนอาคารชุดเลขที่ 30/2534 ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 74569, 74570 และ 74571 ตำบลหัวหมากใต้ อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ของลูกหนี้ที่ 1 ไปชำระต่อผู้คัดค้าน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · สมชาย พงษธา · ไพโรจน์ วายุภาพ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้