Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2194/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระหว่างเป็นความกันในคดีก่อนเรื่องแย่งสิทธิครอบครองในที่พิพาทนั้น โจทก์จำเลยได้ตกลงประมูลเข้าทำสวนยางและนาพิพาท โดยตกลงกันให้นำเงินที่ประมูลได้มาวางศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุดเพื่อให้ฝ่ายชนะคดีรับไปโจทก์เสนอราคาปีละ 16,000 บาท จำเลยเสนอราคาปีละ 16,500 บาทจึงเป็นฝ่ายประมูลได้ ศาลได้จดบันทึกข้อตกลงระหว่างคู่ความไว้ว่าจำเลยจะต้องนำเงินมาวางศาลภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปีเริ่มตั้งแต่ปี 2520เป็นต้นไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อคดีก่อนได้ถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาโดยเพิ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2523 และจำเลยได้ชำระค่าประมูลในปี 2520 แล้ว ก็มีหน้าที่ต้องชำระค่าประมูลสำหรับปี 2521,2522 และ 2523 ตามข้อตกลงที่ทำไว้ต่อหน้าศาลซึ่งมีผลบังคับได้ ส่วนที่ข้อตกลงนั้นได้มีเงื่อนไขไว้ด้วยว่าหากจำเลยผิดนัดยอมให้โจทก์เข้าทำประโยชน์โดยนำเงินมาวางศาลปีละ 16,000 บาทนั้น เป็นเงื่อนไขที่บังคับไว้ในกรณีที่จำเลยผิดนัดสำหรับค่าประมูลในปีเริ่มต้นคือในปี 2520 นั้นเอง แต่ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระค่าประมูลในปี 2520 แล้ว ปัญหาที่โจทก์จะเข้าทำประโยชน์เสียเองในที่พิพาทจึงหมดไปที่โจทก์ฎีกาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพิ่มขึ้นโดยรวมค่าจ้างทนายความค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนการที่จำเลยทำให้ต้นยางของโจทก์เสียหายนั้นโจทก์มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเกี่ยวกับค่าเสียหายเหล่านี้มาโดยชัดแจ้งในฎีกาว่า ศาลล่างพิพากษามาโดยไม่ชอบอย่างไร โดยเฉพาะโจทก์มิได้ กล่าวมาโดยชัดแจ้งตั้งแต่ในชั้นอุทธรณ์จนศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้มาแล้ว ฎีกาส่วนนี้จึงไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยในข้อหาแย่งสิทธิครอบครองที่ดินคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ในคดีนี้นั้นจำเลยได้ประมูลการเข้าทำประโยชน์ที่ดินพิพาทในระหว่างเป็นความปีละ 16,000 บาท โดยจะวางเงินภายในเดือนพฤษภาคม ของทุกปีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่จำเลยค้างชำระมา 48,000 บาท และทำให้โจททก์เสียค่าจ้างทนายความและค่าใช้จ่าย17,000 บาท กับทำให้ต้นยางและต้นไม้อื่นเสียหาย 25,000 บาท ขอบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 90,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้วางเงินต่อศาลแล้ว 16,500 บาท และมิได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอีกตั้งแต่ปีต่อมา จึงไม่ต้องชำระเงินให้โจทก์เกินกว่านี้อีกศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

โจทก์มีสิทธิเรียกได้เพียงค่าเข้าทำประโยชน์ในปี 2521 ที่จำเลยค้างชำระอยู่เท่านั้น พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 16,500บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยยังคงค้างชำระเงินค่าประมูลที่จะต้องวางศาลต่อในปี 2521 อีก 6 เดือน พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน8,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาในคดีแดงที่ 106/2520 ว่า ระหว่างที่เป็นความกันในคดีนั้น โจทก์จำเลยได้ตกลงประมูลเข้าทำสวนยางและนาพิพาทโดยให้นำเงินที่ประมูลได้มาวางศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุดเพื่อให้ฝ่ายชนะคดีรับไป โจทก์เสนอราคาปีละ 16,000 บาทจำเลยเสนอราคาปีละ 16,500 บาทจึงเป็นฝ่ายประมูลได้

ศาลได้จดบันทึกข้อตกลงระหว่างคู่ความไว้ว่าจำเลยจะต้องนำเงิน 16,500 บาทมาวางศาลภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด สำหรับในปี 2520 นั้นจะนำเงินมาวางศาลภายในเดือนพฤษภาคม 2520 หากผิดนัดยอมให้บังคับคดีได้ทันทีและยอมให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทในปีถัดไปโดยนำเงินมาวางศาลปีละ 16,000 บาทตามที่โจทก์เสนอไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุดในเงื่อนไขและเวลาอย่างเดียวกัน หลังจากนั้นจำเลยได้นำเงินค่าเข้าทำประโยชน์ในปี 2520มาวางศาลไว้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2520 ต่อมาวันที่ 7 กันยายน 2521

จำเลยยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อไป ขอให้เรียกโจทก์มาทำความตกลง โจทก์คัดค้านว่าตามข้อตกลงจำเลยมีหน้าที่ต้องวางเงินทุกปีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จะเลิกสัญญาระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งชี้ขาดอย่างใด คงบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าได้ฟ้องเป็นคดีใหม่แล้ว คู่ความจะไปว่ากล่าวกันในคดีใหม่ต่อไปศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อตกลงที่ศาลบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณามีข้อความชัดว่าฝ่ายที่ประมูลได้จะต้องนำเงินมาวางศาลภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายประมูลได้จึงต้องปฏิบัติตามสัญญาทุกปีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด คดีระหว่างโจทก์จำเลยได้ถึงที่สุดโดยเพิ่งอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2523 จำเลยจึงต้องชำระเงินค่าเข้าทำประโยชน์ในปี 2521, 2522 และ 2523 เป็นเงินปีละ 16,500 บาทตามข้อตกลง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยเข้าทำประโยชน์นั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ไม่ได้บังคับให้จำเลยเข้าทำประโยชน์ แต่บังคับให้จำเลยเสียค่าประมูลการเข้าทำประโยชน์ตามที่ตกลงไว้ต่างหาก เมื่อจำเลยตกลงจ่ายค่าประมูลการเข้าทำประโยชน์โดยศาลได้จดบันทึกข้อตกลงของจำเลยไว้ประการใด ข้อตกลงนั้นย่อมมีผลบังคับได้ ส่วนที่ข้อตกลงนั้นมีเงื่อนไขไว้ด้วยว่า หากจำเลยผิดนัดยอมให้โจทก์เข้าทำประโยชน์โดยนำเงินมาวางศาลปีละ 16,000 บาท นั้น เป็นเงื่อนไขบังคับไว้ในกรณีที่จำเลยผิดนัดสำหรับค่าประมูลในปีเริ่มต้นคือในปี 2520 นั้นเอง แต่ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระค่าประมูลในปี 2520 แล้ว

ปัญหาที่โจทก์จะเข้าทำประโยชน์เสียเองในที่พิพาทจึงหมดไปเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายประมูลได้และชำระค่าประมูลในปี 2520 ซึ่งเป็นปีเริ่มแรกแล้วก็มีหน้าที่ต้องชำระค่าประมูลสำหรับปีถัดไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดที่โจทก์ฎีกาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 90,000 บาท โดยรวมค่าเสียหายที่โจทก์ต้องเสียค่าจ้างทนายความ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนการที่จำเลยทำให้ต้นยางของโจทก์เสียหายนั้น โจทก์มิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายเกี่ยวกับค่าเสียหายเหล่านี้มาโดยชัดแจ้งในฎีกาว่า ศาลล่างพิพากษามาโดยไม่ชอบอย่างไรโดยเฉพาะโจทก์มิได้กล่าวมาโดยชัดแจ้งตั้งแต่ในชั้นอุทธรณ์จนศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้มาแล้ว ดังนั้นฎีกาของโจทก์ส่วนนี้จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าประมูลการเข้าทำประโยชน์ในปี 2521, 2522, 2523 รวมเป็นเงิน 48,000 บาท เท่าที่โจทก์ขอมาพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · ดุสิต วราโห · พิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้