Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2192/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปลอมเอกสารกู้ 4 ฉบับว่าโจทก์ 4 คนกู้แต่ละฉบับในวันเวลาเดียวกัน เป็นการกระทำแยกกันได้แต่ละฉบับ จำเลยนำเอกสารปลอมทั้ง 4 ฉบับไปแสดงต่อกรรมการสอบสวน เป็นความผิดตาม มาตรา 265,268 กระทงหนึ่ง จำเลยนำเอกสารปลอมไปฟ้องโจทก์แต่ละคนเป็น 4 สำนวนเป็นความผิดอีก 4 กระทง ศาลเรียงกระทงลงโทษ 5 กระทงตาม มาตรา 265,268

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 6 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 รวม 5 กระทง 2 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยนอกนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 6 เดือน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามข้อฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวด้วยเรื่องระยะเวลาเกิดเหตุ ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ที่ว่า "เมื่อระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม 2519 ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2519 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยได้บังอาจร่วมกันปลอมสัญญากู้ยืมเป็นเอกสารสิทธิทั้ง 4 ฉบับ ฯลฯ"โจทก์นำสืบว่าจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารสัญญากู้ทั้ง 4 ฉบับ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2519 เวลาประมาณ 19 นาฬิกา ซึ่งอยู่ในระยะเวลาดังกล่าวในฟ้อง ไม่แตกต่างกับฟ้อง ทั้งจำเลยต่อสู้คดีอ้างฐานที่อยู่ในวันที่ 30 ตุลาคม 2519 มิได้หลงข้อต่อสู้ประการใดฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมปัญหาต่อไปตามข้อฎีกาที่ว่า ที่ศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษจำเลยที่ 1 รวม 5 กระทงมานั้น ชอบหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารสัญญากู้หมาย จ.5, จ.6, จ.7 และ จ.8 มารวม 4 ฉบับ แม้จำเลยจะร่วมกันปลอมในวันเวลาเดียวกันก็ตาม ในทันทีที่ปลอมเอกสารฉบับหนึ่งก็เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารขึ้นแล้ว โดยสภาพของการกระทำแยกออกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรม เมื่อจำเลยที่ 1 ทำและใช้หรืออ้างเอกสารที่ปลอมเหล่านั้นต่อกรรมการสอบสวนอำเภอปทุมรัตต์ก็เป็นความผิดกระทงหนึ่ง ต่อมาจำเลยที่ 1 นำเอกสารสัญญาปลอมดังกล่าวไปฟ้องโจทก์แต่ละคนเป็น 4 สำนวน โดยมุ่งหมายให้โจทก์แต่ละคนต้องรับผิดต่อจำเลยที่ 1 เป็นเรื่อง ๆ ไป แยกได้ต่างหากจากกัน ก็ย่อมเป็นความผิดอีก 4 กระทง ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มารวม 5 กระทง โดยเรียงกระทงลงโทษและกำหนดโทษมากระทงละ 6 เดือนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · จรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1581/2567

แม้ตาม ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติให้ผู้ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น รับโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่การใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2563

สัญญาบันทึกข้อตกลงชดใช้ค่าเสียหายมี ส. และผู้เสียหายร่วมลงลายมือชื่อเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผู้เสียหายยินยอมชำระเงินให้แก่ ส. ซึ่งเป็นตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจช่วงของบริษัท ด. โดยเอกสารดังกล่าวมีห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้