Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2190/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 รับจ้างเทศบาลจำเลยที่ 1 ก่อสร้างทางระบายน้ำจำเลยที่ 2 ขุดดินวางท่อระบายน้ำตามแนวที่วิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1 กำหนดให้โดยแนวอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงเพียงประมาณ20 เซนติเมตร มีการตัดรากของต้นหางนกยูงด้านที่อยู่ใกล้กับบ่อพักท่อระบายน้ำนั้นออก ต้นหางนกยูงมีลำต้นขึ้นเอียงไปทางถนนโดยทำมุมกับถนนประมาณ 45 ถึง 60 องศา ก่อนเกิดเหตุแล้วและไม่มีรากแก้วคงมีแต่รากฝอยการที่จำเลยที่2ตัดรากของต้นหางนกยูงด้านที่อยู่ติดกับบ่อพักน้ำโดยที่ต้นหางนกยูงเอียงไปทางถนนทำมุมกับถนนอยู่แล้ว จำเลยที่ 2 ควรจะคาดเห็นได้ว่าจะทำให้ต้นหางนกยูงล้มลงได้ แต่จำเลยที่ 2 ก็มิได้หาทางป้องกันมิให้ต้นหางนกยูงล้มลง การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความประมาทที่ต้นหางนกยูงล้มทับผู้ตายทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา จึงเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 2 เป็นการละเมิด วิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้กำหนดแนววางท่อระบายน้ำให้จำเลยที่ 2 โดยกำหนดแนวให้อยู่ห่างจากต้นหางนกยูงที่ล้มลงเพียงเล็กน้อย เป็นผลให้การขุดดินวางท่อระบายน้ำของจำเลยที่2 ต้องตัดรากของต้นหางนกยูงที่ล้มลงออกด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ก่อสร้างวางท่อระบายน้ำเป็นผู้ผิดในคำสั่งที่จำเลยที่ 1 ให้ไว้และต้องร่วมกับจำเลยที่ 2รับผิดเพื่อความเสียหายที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้นด้วย.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสุธารัตน์ แจ่มยิ่ง โจทก์ที่ 2 และที่ 3 เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 1 กับนางสุธารัตน์ โจทก์ที่ 4 เป็นมารดาของนางสุธารัตน์ จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ว่าจ้างจำเลยที่ 2ก่อสร้างทางระบายน้ำบริเวณติดถนนธรรมโชติในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี จำเลยทั้งสามดำเนินการก่อสร้างดังกล่าวโดยความประมาทโดยจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่า การก่อสร้างทางระบายน้ำจะต้องทำการขุดที่ดินริมถนนธรรมโชติ ซึ่งมีต้นหางนกยูงขนาดใหญ่ปลูกติดอยู่กับแนวทางที่จะทำทางระบายน้ำหลายต้นจะทำให้ต้นหางนกยูงโค่นล้มได้

เนื่องจากรากต้นหางนกยูงไม่มีดินที่จะยึดเกาะ จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ตัดรากต้นหางนกยูงบริเวณดังกล่าวเพื่อทำทางระบายน้ำโดยจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วว่าราก ของต้นหางนกยูงมีความสำคัญในการที่จะเกาะดินเพื่อพยุงต้นไว้มิให้โค่นล้ม จำเลยทั้งสามหาได้ใช้ความระมัดระวังใช้ไม้มาค้ำยันต้นหางนกยูงเพื่อป้องกันมิให้ต้นหางนกยูงโค่นล้มลง เป็นเหตุให้ต้นหางนกยูงต้นหนึ่งริมถนนธรรมโชติตรงข้ามโรงเรียนวัดพรหมสาครซึ่งอยู่ในแนวที่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ดำเนินการก่อสร้างทางระบายน้ำโค่นล้มทับนางสุธารัตน์ในขณะที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายถวัลย์ บำเพ็ญ ขับมาในวันที่ 7 สิงหาคม 2527 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในวันถัดมา

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 รับเหมาก่อสร้างทางระบายน้ำจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาจ้าง จำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่ได้กระทำโดยประมาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับจ้างทำทางระบายน้ำและได้ทำถูกต้องตามแบบของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2และที่ 3 ไม่ได้ตัดรากต้นหางนกยูง หรือขุดดินที่โคนต้นหางนกยูงอันเป็นเหตุให้ต้นหางนกยูงโค่นล้ม การทำงานของจำเลยที่ 2 และที่ 3 อยู่ในความควบคุมของนายช่างของจำเลยที่ 1 ตลอดเวลาทำงานขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน484,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 476,310 บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์ที่ 1 เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของนางสุดารัตน์ แจ่มยิ่งผู้ตายโจทก์ที่ 2 และที่ 3 อายุ 7 และ 5 ขวบตามลำดับเป็นบุตรของโจทก์ที่ 1 และผู้ตาย โจทก์ที่ 4 เป็นมารดาของผู้ตาย เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2527 จำเลยที่ 2 ประมูลงานก่อสร้างวางท่อระบายน้ำรวม 3 โครงการ คือ งานก่อสร้างวางท่อระบายน้ำถนนศรีพรหมโสภิตถนนขุนสรรค์และถนนธรรมโชติจากจำเลยที่ 1 ได้ จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ 2 ให้ทำการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำดังกล่าวตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย

ล.8 วันที่ 12 กรกฎาคม 2527 จำเลยที่ 2ลงมือก่อสร้างวางท่อระบายน้ำถนนธรรมโชติตามแบบแปลนที่จำเลยที่ 1กำหนดตามผังและแนวก่อสร้างที่วิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1กำหนดให้ แนวการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำริมถนนธรรมโชติดังกล่าวอยู่ใกล้ต้นหางนกยูงหลายต้น และทำงานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 27กรกฎาคม 2527 จำเลยที่ 1 รับมอบงานจากจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่31 กรกฎาคม 2527 ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2527 เวลาประมาณ 18 นาฬิกาต้นหางนกยูงริมถนนธรรมโชติบริเวณที่จำเลยที่ 2 ก่อสร้างวางท่อระบายน้ำดังกล่าวต้นหนึ่งโค่นล้มลงมาทับผู้ตายขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่นายถวัลย์ บำเพ็ญ ขับมาตามถนนธรรมโชติเพื่อกลับบ้าน เป็นเหตุให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในวันรุ่งขึ้น

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2528 ต้นหางนกยูงบริเวณที่มีการวางท่อระบายน้ำริมถนนธรรมโชติได้โค่นล้มลงมาอีกต้นหนึ่งหลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้ตัดต้นหางนกยูงริมถนนธรรมโชติที่เหลือออกทั้งหมดกรณีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่หรือไม่ที่โจทก์ทั้งสี่ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ทั้งสี่ และจำเลยที่ 1ฎีกาว่าจำเลยที่ 1 มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่นั้น ในปัญหานี้โจทก์มีนายถวัลย์ บำเพ็ญ นายดาบตำรวจทองดี มีนะพงษ์ บิดาผู้ตายนายสมชาย ขำทรง ซึ่งมีบ้านพักอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และร้อยตำรวจเอกสมาน

กฤตศิลป์ พนักงานสอบสวนคดีที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเบิกความเป็นพยาน โดยนายถวัลย์เบิกความว่า ในวันเกิดเหตุเวลา 18 นาฬิกาผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของนายถวัลย์ไปตามถนนธรรมโชติเพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุต้นหางนกยูงต้นหนึ่งล้มลงมาทับนายถวัลย์และศีรษะผู้ตาย นายถวัลย์ได้รับบาดเจ็บ ส่วนผู้ตายหมดสติลง มีผู้ช่วยเหลือนำนายถวัลย์และผู้ตายส่งโรงพยาบาลนายแพทย์ประเจิด วีรพจน์ รถจักรยานยนต์ของนายถวัลย์ถูกต้นหางนกยูงทับอยู่ในที่เกิดเหตุตามภาพถ่ายหมาย จ.14 ผู้ตายได้รับการผ่าตัดสมองแล้วถึงแก่ความตายในวันรุ่งขึ้น ก่อนเกิดเหตุมีการก่อสร้างวางท่อระบายน้ำในบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งมีต้นหางนกยูงปลูกอยู่ 5-6 ต้น

มีอายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป ต้นหางนกยูงในบริเวณดังกล่าวไม่เคยโค่นล้มลงมาก่อน สาเหตุที่ต้นหางนกยูงล้มลงทับผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น พยานเข้าใจว่าเป็นเพราะรากของต้นหางนกยูงดังกล่าวถูกตัดออกเพราะแนวที่วางท่อระบายน้ำอยู่ติดกับโคนต้นหางนกยูงนั้นและในเดือนเดียวกันของปีต่อมาก็มีต้นหางนกยูงบริเวณที่เกิดเหตุล้มลงอีก 1 ต้น หลังจากนั้นต้นหางนกยูงบริเวณดังกล่าวได้ถูกตัดลงทั้งหมด นายดาบตำรวจทองดีเบิกความว่าถนนที่เกิดเหตุมีต้นหางนกยูงอยู่ประมาณ 8-9 ต้น แต่ละต้นมีอายุประมาณ 10 กว่าปี ก่อนเกิดเหตุไม่เคยเห็นต้นหางนกยูงบริเวณดังกล่าวล้มลง ก่อนเกิดเหตุมีการขุดทำท่อระบายน้ำและตัดรากต้นหางนกยูงต้นที่ล้มลง เพราะต้นหางนกยูงนั้นอยู่ติดกับแนวท่อระบายน้ำ

ถ้าไม่มีการตัดรากต้นหางนกยูงดังกล่าวเฉพาะแถบที่จะมีการวางท่อระบายน้ำจะไม่สามารถวางท่อได้ พยานไปดูที่เกิดเหตุในวันเกิดเหตุพบต้นหางนกยูงล้มทับรถจักรยานยนต์อยู่ตามภาพถ่ายหมาย จ.14 รวม 5 ภาพ ที่รากของต้นหางนกยูงนั้นมีรอยถูกตัดนายสมชายเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุ บริเวณที่เกิดเหตุมีการทำท่อระบายน้ำ ในการวางท่อดังกล่าวมีการขุดหลุมใกล้กับต้นหางนกยูงที่ล้มลง โดยแนวที่ขุดวางท่อระบายด้านใกล้กับต้นไม้อยู่ห่างจากต้นไม้ประมาณ 20 เซนติเมตร พยานเคยหยุดยืนดูการทำงานของผู้รับเหมาและทราบว่าในการขุดหลุมวางท่อระบายน้ำดังกล่าวเมื่อผ่านต้นหางนกยูงได้มีการตัดรากต้นไม้ดังกล่าวโดยใช้จอบและมีดเป็นเครื่องมือด้วย ก่อนเกิดเหตุไม่เคยมีต้นหางนกยูงล้มลงมา และหลังจากเกิดเหตุแล้วประมาณสิงหาคม 2528 มีต้นหางนกยูงล้มลงมาอีกต้นหนึ่ง

หลังจากต้นหางนกยูงนั้นล้มลงแล้ว จำเลยที่ 1 ได้ตัดต้นหางนกยูงซึ่งอยู่ในแนวเดียวกันออกทั้งหมด และร้อยตำรวจเอกสมานเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุพยานได้รับแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นแล้วได้ออกไปดูที่เกิดเหตุพบต้นหางนกยูงล้มทับรถจักรยานยนต์พยานได้ให้ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ตามภาพถ่ายหมาย จ.14 รวม 5 ภาพ พยานสังเกตเห็นรากของต้นหางนกยูงส่วนที่อยู่ใกล้กับท่อน้ำคล้ายมีรอยตัดที่ราก ส่วนจำเลยทั้งสามมีนายสมบัติ วิทย์สหมุนี วิศวกรโยธาของจำเลยที่ 1 ตัวจำเลยที่ 3 นายแก้ว โพธิ์แก้ว ผู้คุมงานของจำเลยที่ 2 และนายสนั่น เผาอินจันทร์ พนักงานขับรถบดถนนของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีบ้านพักอยู่ที่ถนนธรรมโชติใกล้ที่เกิดเหตุเบิกความเป็นพยาน โดยนายสมบัติเบิกความว่า

พยานได้รับแต่งตั้งจากจำเลยที่ 1 ให้ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างท่อระบายน้ำบริเวณถนนธรรมโชติซึ่งจำเลยที่ 2 รับเหมาก่อสร้างได้ พยานได้ควบคุมวางผังแนวท่อระบายน้ำดังกล่าว พยานพบว่าแนวที่จะวางท่อระบายน้ำมีเสาไฟฟ้าและต้นหางนกยูงขึ้นอยู่ พยานวางแนวท่อระบายน้ำห่างจากเสาไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 1 เมตรเศษ และห่างจากต้นหางนกยูงโดยเฉลี่ยประมาณ 70 เซนติเมตร พยานเห็นว่าการวางท่อระบายน้ำห่างจากเสาไฟฟ้าและต้นหางนกยูงในระยะดังกล่าวมีความปลอดภัยเพียงพอแล้วโดยพิจารณาถึงสภาพของดินที่จะต้องขุดเพื่อวางท่อซึ่งเป็นดินแข็งจำเลยที่ 2ใช้แรงงานคนขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ำดังกล่าวโดยเครื่องมือที่ใช้ขุดเป็นพวกจอบเสียม การขุดดินเพื่อวางท่อไม่กระทบกระเทือนต้นหางนกยูง

จำเลยที่ 2 ทำงานก่อสร้างท่อระบายน้ำดังกล่าวตามแบบแปลนที่กำหนดไว้เสร็จตามกำหนดและจำเลยที่ 1 ได้รับมอบงานแล้วหลังจากจำเลยที่ 2 มอบงานแล้วมีฝนและพายุพัดอย่างหนัก ต่อมาพยานทราบว่าต้นหางนกยูงบริเวณที่มีการขุดวางท่อระบายน้ำล้มลงทับผู้ตายพยานเข้าใจว่าที่ต้นหางนกยูงล้มลงนั้นเกิดจากฝนและพายุพัดแรง และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า การวางท่อระบายน้ำทุกระยะ 6 เมตรต้องมีบ่อพักน้ำ แนวบ่อพักน้ำอยู่ห่างจากต้นไม้บริเวณนั้นประมาณ 70เซนติเมตร เช่นเดียวกัน ต้นหางนกยูงล้มทับรถจักรยานยนต์ตามภาพถ่ายหมายเลข จ.14 ต้นหางนกยูงที่ล้มอยู่ใกล้เคียงกับบ่อพักน้ำจำเลยที่ 3 เบิกความว่าคณะกรรมการตรวจการจ้างและวิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้กำหนดแนวการวางท่อระบายน้ำโดยได้มาชี้แนวการวางท่อระบายน้ำให้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2527 เมื่อชี้แนวกันแล้ว

จำเลยที่ 2 ใช้ปูนขาวมาโรยเป็นแนวเพื่อใช้ในการวางท่อระบายน้ำ แนวดังกล่าวอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงริมถนนธรรมโชติประมาณ 1 เมตรและมีเสาไฟฟ้าอยู่ห่างจากแนววางท่อประมาณ 30 เซนติเมตรด้วย การขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ำของจำเลยที่ 2 นั้น จำเลยที่ 3ใช้แรงงานคนขุดเพราะมีแนวต้นไม้กีดขวางอยู่ตลอด การขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ำไม่ได้ตัดรากของต้นหางนกยูงต้นที่ล้มลงซึ่งก่อนล้มลำต้นขึ้นเอียงไปทางถนนเล็กน้อย ต้นหางนกยูงดังกล่าวไม่มีรากแก้ว คงมีแต่รากฝอยเท่านั้น นายแก้วเบิกความว่า พยานทำหน้าที่เป็นผู้คุมงานของจำเลยที่ 2 โดยมีหน้าที่ควบคุมงานไปตามแบบแปลนที่กำหนดไว้ และต้องอยู่ในความควบคุมงานของวิศวกรควบคุมงานของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เป็นผู้กำหนดแบบแปลนในการก่อสร้างงานวางท่อระบายน้ำและคณะกรรมการควบคุมการก่อสร้างของจำเลยที่ 1เป็นผู้กำหนดแนวก่อสร้างท่อระบายน้ำให้

คณะกรรมการได้ชี้แนวการวางท่อระบายน้ำริมถนนธรรมโชติให้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2527พยานนำปูนขาวมาโรยไว้เป็นแนว แนวดังกล่าวอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงริมถนนประมาณ 1 เมตร และมีเสาไฟฟ้าอยู่ห่างจากแนวดังกล่าวประมาณ30 เซนติเมตร พยานได้ใช้แรงงานคนขุดดินเพื่อวางท่อโดยใช้จอบและเสียมขุดเพราะมีต้นไม้กีดขวางอยู่ ในช่วงที่ขุดวางท่อระบายน้ำมีต้นหางนกยูงขึ้นอยู่ประมาณ 7-8 ต้น มีต้นหนึ่งที่ลำต้นขึ้นเอียงอยู่ พยานทำงานมาถึงต้นหางนกยูงที่ลำต้นขึ้นเอียง เมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2527 คนงานไม่ได้ขุดหรือตัดรากต้นหางนกยูงต้นนี้หลังจากต้นหางนกยูงล้มลงแล้ว พยานจึงทราบว่าต้นหางนกยูงที่ล้มเป็นต้นที่ลำต้นขึ้นเอียงอยู่นั้น ซึ่งขณะที่พยานควบคุมงานก่อสร้าง

พยานไม่ได้เคยใช้สิ่งใดไปค้ำยันต้นหางนกยูงต้นนั้นและเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า การวางท่อระบายน้ำริมถนนธรรมโชติมีบ่อพักน้ำทุกระยะ 6 เมตร บ่อพักน้ำยาว 1.24 เมตรกว้าง 84 เซนติเมตร ซึ่งจะต้องขุดดินลึกประมาณ 1.20 เมตร และนายสนั่นเบิกความว่า ในวันเกิดเหตุพยานทราบว่ามีต้นไม้ล้มทับคนที่ถนนธรรมโชติพยานรีบวิ่งไปดู ต้นไม้ที่ล้มลงลำต้นทำมุมกับถนนประมาณ 45 องศา และเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ก่อนเกิดเหตุคนงานของจำเลยที่ 2 ได้ขุดวางท่อระบายน้ำริมถนนธรรมโชติ แนวของท่อระบายน้ำดังกล่าวอยู่ติดกับต้นหางนกยูงบางต้น ต้นหางนกยูงที่ล้มลงอยู่ติดกับแนวท่อระบายน้ำ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ภาพถ่ายหมาย จ.14 ประกอบแล้วปรากฎจากภาพถ่ายที่ 3 และ 5 ว่า

โคนของต้นหางนกยูงที่ล้มลงอยู่เกือบชิดกับบ่อพักน้ำ ข้อเท็จจริงตามภาพถ่ายดังกล่าวขัดกับคำเบิกความของนายสมบัติ จำเลยที่ 3และนายแก้วพยานจำเลยทั้งสามที่เบิกความว่า แนววางท่อระบายน้ำอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงประมาณ 70 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร จำเลยที่ 2ไม่ได้ตัดรากของต้นหางนกยูงที่ล้มลงในการขุดดินวางท่อระบายน้ำแต่สอดคล้องกับคำเบิกความของนายสมชายพยานโจทก์ที่เบิกความว่าแนวที่ขุดฝังท่อระบายน้ำอยู่ห่างจากต้นไม้ประมาณ 20 เซนติเมตรทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 2 ขุดดินวางท่อระบายน้ำตามแนวที่วิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1 กำหนดให้โดยแนวดังกล่าวอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงที่ล้มลงเพียงประมาณ 20 เซนติเมตร และเมื่อแนววางท่อระบายน้ำอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงที่ล้มลงเพียง 20 เซนติเมตรเช่นนี้

การที่คนงานของจำเลยที่ 2 ขุดดินเพื่อวางท่อระบายน้ำจึงย่อมต้องมีการตัดรากของต้นหางนกยูงดังกล่าวด้านที่อยู่ใกล้กับบ่อพักท่อระบายน้ำนั้นออก ซึ่งได้ความตามคำเบิกความของพยานจำเลยดังกล่าวด้วยว่า ต้นหางนกยูงที่ล้มลงนั้นเป็นต้นไม้ที่ลำต้นขึ้นเอียงไปทางถนนอยู่แล้ว และที่ต้นหางนกยูงต้นนี้เอียงไปทางถนนนั้นนอกจากนายสนั่นพยานจำเลยเบิกความว่าต้นหางนกยูงที่ล้มลงลำต้นทำมุมกับถนนประมาณ 45 องศา แล้วนายสมชายพยานโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านด้วยว่าก่อนล้มลงต้นหางนกยูงดังกล่าวลำต้นขึ้นเอียงทำมุมกับถนนประมาณ 50 ถึง 60 องศา คำเบิกความของนายสมชายพยานโจทก์และนายสนั่นพยานจำเลยสอดคล้องกันเช่นนี้มีน้ำหนักให้ฟังได้ว่าต้นหางนกยูงที่ล้มมีลำต้นขึ้นเอียงไปทางถนนโดยทำมุมกับถนนประมาณ 45 ถึง 60 องศา

ก่อนเกิดเหตุแล้วและยังได้ความจากจำเลยที่ 3 ซึ่งไปควบคุมงานก่อสร้างของจำเลยที่ 2 ทุกวันอีกด้วยว่าต้นหางนกยูงดังกล่าวนั้นไม่มีรากแก้ว คงมีแต่รากฝอยเท่านั้น การที่จำเลยที่ 2 ตัดรากของต้นหางนกยูงดังกล่าวด้านที่อยู่ติดกับบ่อพักน้ำโดยที่ต้นหางนกยูงเอียงไปทางถนนทำมุมกับถนน45 ถึง 60 องศา อยู่แล้วนั้น จำเลยที่ 2 ควรจะคาดเห็นได้ว่าจะทำให้ต้นหางนกยูงดังกล่าวล้มลงได้แต่จำเลยที่ 2 ก็มิได้หาทางป้องกันมิให้ต้นหางนกยูงดังกล่าวล้มลง โดยได้ความตามคำเบิกความของนายแก้วพยานจำเลยทั้งสามว่าไม่เคยใช้สิ่งใดค้ำจุนต้นหางนกยูงที่ล้มในระหว่างก่อสร้างวางท่อระบายน้ำของจำเลยที่ 2 การกระทำของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวจึงเป็นความประมาท ที่ต้นหางนกยูงดังกล่าวล้มทับผู้ตายทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาในภายหลังจึงเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 2นั้น

จำเลยที่ 2 จึงกระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสี่ จำเลยที่ 3ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ในผลแห่งละเมิดของจำเลยที่ 2 นั้นด้วย และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวิศวกรผู้ควบคุมงานของจำเลยที่ 1 เป็นผู้กำหนดแนววางท่อระบายน้ำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งแนวที่วิศวกรผู้คุมงานของจำเลยที่ 1กำหนดอยู่ห่างจากต้นหางนกยูงที่ล้มลงเพียงเล็กน้อยเป็นผลให้การขุดดินวางท่อระบายน้ำของจำเลยที่ 2 ต้องตัดรากของต้นหางนกยูงที่ล้มลงออกด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ก่อสร้างวางท่อระบายน้ำเป็นผู้ผิดในคำสั่งที่จำเลยที่ 1ให้ไว้และต้องร่วมกับจำเลยที่ 2 รับผิดเพื่อความเสียหายที่จำเลยที่ 2 ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่โจทก์ทั้งสี่ด้วย จำเลยทั้งสามจึงได้ร่วมกันกระทำละเมิดและต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน169,110 บาท, 109,200 บาท, 126,000 บาท และ 72,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับตั้งแต่วันทำละเมิด เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ที่ 1ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้