Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ได้ ขอเบิกเงินสมทบจากจำเลยเพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมยังต่างประเทศเนื่องจากโจทก์ได้ รับทุนจากต่างประเทศ และจำเลยได้ อนุมัติให้โจทก์ยืมเงินทดรองจ่ายไป การที่โจทก์ขอเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลยเป็นผลโดยตรงจากความผูกพันในฐานะ ลูกจ้างและนายจ้างมิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30 จำเลยจึงมีสิทธินำเงินโบนัสที่จะต้อง จ่ายแก่โจทก์มาหักกับหนี้ ดังกล่าวได้ โดย ไม่ต้องคำนึงว่าเงินโบนัสเป็นค่าจ้างหรือไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งนายช่างอันดับ 2เมื่อปี 2530 โจทก์เป็นผู้ได้รับทุนฝึกอบรมหลักสูตรลิเนียร์เมสเชอร์เม็นท์ เทคนิค ของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ซึ่งมีกำหนดเวลาให้ทุน 17 เดือน โจทก์ได้ขอเบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศจากจำเลยตามระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศ พ.ศ. 2530 ข้อ 13, 14, 20, 21 เนื่องจากผู้ให้ทุนให้ความช่วยเหลือน้อยกว่าสิทธิที่โจทก์จะพึงมี ซึ่งจำเลยได้อนุมัติสั่งจ่ายให้โจทก์รวมเป็นเงิน 448,516.66 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2531 จำเลยได้มีคำสั่งที่ 660/2531ให้โจทก์ชดใช้เงินจำนวน 448,516.66 บาท แก่จำเลย โดยอ้างว่าโจทก์สมัครใจรับทุนฝึกอบรมของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเอง

โจทก์ไม่มีสิทธิขอเบิกเงินสมทบจำนวนดังกล่าว และมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินโบนัสประจำปี 2530 เป็นเงิน 29,228.15 บาท ซึ่งจะต้องจ่ายให้โจทก์ในวันที่ 25 มีนาคม 2531 และระงับการจ่ายเงินโบนัสประจำปี 2531 เป็นเงิน 37,112.86 บาท ซึ่งจะต้องจ่ายให้โจทก์ในวันที่ 8 มีนาคม 2532 เพื่อชดใช้เงินสมทบดังกล่าว เนื่องจากเงินโบนัสเป็นค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้าง และเงินสมทบจำนวน 448,516.66 เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามสิทธิในการเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ จำเลยไม่มีสิทธิที่จะหักหรือระงับการจ่ายเงินโบนัสของโจทก์เพื่อชดใช้เงินสมทบ การที่จำเลยระงับการจ่ายเงินโบนัส ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 660/2531 และให้จำเลยจ่ายเงินโบนัสประจำปี 2530 กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี

นับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 34,343.15 บาท เงินโบนัสประจำปี 2531กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 38,042.86 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้สมัครและได้รับทุนของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเพื่อไปฝึกอบรม ณ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเป็นเวลา 1 ปี 5 เดือน จำเลยจึงได้อนุมัติให้โจทก์ลาไปต่างประเทศเพื่อฝึกอบรม ตามระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการไปศึกษา ฝึกอบรมดูงานต่างประเทศ และการลาไปศึกษาภายในประเทศ รวมทั้งการฝึกอบรมบุคคลที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจะรับเข้าปฏิบัติงาน

พ.ศ. 2526โจทก์มิได้รับคำสั่งจากจำเลยให้เดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศตามระเบียบปฏิบัติงานขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศ พ.ศ. 2530 ซึ่งจะขอเบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศได้ตามระเบียบดังกล่าว โจทก์ขอเบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศจำนวน 448,516.66 บาท โดยอ้างว่าโจทก์ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศ เป็นเหตุให้ผู้บังคับบัญชาหลงเชื่ออนุมัติจ่ายเงินจำนวน 448,516.66 บาท ให้โจทก์เป็นเงินยืมทดรองจ่ายซึ่งโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนให้แก่จำเลย จำเลยได้มีคำสั่งที่ 660/2531ให้โจทก์คืนเงินจำนวนดังกล่าวแล้วแต่โจทก์ไม่ยอมคืนให้จำเลยจึงนำเงินโบนัสที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ประจำปี 2530 และปี 2531รวมจำนวน 66,341.01 บาท

มาหักกลบลบหนี้กัน คงเหลือหนี้ที่โจทก์ยังค้างชำระจำเลยเป็นเงิน 382,175.65 บาท คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทราบคำสั่งของจำเลยให้คืนเงินถึงวันฟ้องเป็นเงิน 16,720.18 บาทรวมเป็นเงิน 398,895.83 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์ใช้เงินจำนวน 398,895.83 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 382,175.65 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้รับอนุมัติจากจำเลยให้เดินทางไปฝึกอบรมตามที่โจทก์ได้รับทุนของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เพื่อให้โจทก์ไปศึกษาความรู้ความชำนาญหรือประสบการณ์ในต่างประเทศมาเพื่อพัฒนากิจการของจำเลยต่อไปอันเป็นการไปปฏิบัติงานตามคำสั่งของจำเลยตามระเบียบปฏิบัติงานองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการเดินทางไปปฏิบัติงานต่างประเทศ

พ.ศ. 2530 โจทก์มีสิทธิขอเบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางตามระเบียบปฏิบัติงานของจำเลยดังกล่าว เนื่องจากผู้ให้ทุนให้ความช่วยเหลือน้อยกว่าสิทธิที่โจทก์จะพึงมี โจทก์ไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวให้จำเลย เมื่อโจทก์เดินทางกลับจากการฝึกอบรมมีเงินที่โจทก์ยืมทดรองจ่ายเหลือเป็นเงิน 22,194.16 บาทซึ่งโจทก์ได้นำส่งคืนจำเลยแล้ว ดังนั้นจำนวนเงินที่จำเลยอนุมัติจ่ายให้โจทก์เป็นเงินยืมทดรองจ่ายจึงมีเพียง 426,322.50 บาทขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินยืมทดรองจ่ายจำนวน 359,981.49 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า เงินโบนัสถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง การที่จำเลยนำเงินโบนัสของโจทก์ไปหักชำระหนี้อื่นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30ระบุว่า ในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดนายจ้างจะนำหนี้อื่นมาหักมิได้ ข้อเท็จจริงได้ความตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังว่า โจทก์ขอเบิกเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝึกอบรมจากจำเลยตามที่โจทก์ได้รับทุนของรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ซึ่งจำเลยได้อนุมัติให้โจทก์ยืมเงินทดรองจ่ายเป็นจำนวนเงิน 448,516.66 บาท การที่โจทก์ขอเบิกเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลย เห็นได้ว่าเป็นผลโดยตรงจากความผูกพันในฐานะลูกจ้างและนายจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลย เมื่อจำเลยเรียกร้องให้โจทก์คืนเงินที่ขอเบิกไปจากจำเลยเนื่องจากโจทก์ไม่มีสิทธิอันถือได้ว่า

เงินที่โจทก์ต้องคืนให้แก่จำเลยเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากการที่โจทก์จำเลยปฏิบัติต่อกันในฐานะลูกจ้างและนายจ้าง มิใช่เป็นหนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 30 ดังนั้น ไม่ว่าเงินโบนัสจะเป็นค่าจ้างหรือไม่ก็ตาม จำเลยก็มีสิทธิที่จะนำมาหักกับจำนวนเงินที่โจทก์เป็นหนี้จำเลยดังกล่าวได้กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเงินโบนัสเป็นค่าจ้างหรือไม่ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2598/2541

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 12 มิได้มีบทบัญญัติว่า ลูกจ้างจะต้องมีอาการป่วยจนไม่สามารถทำงานได้จึงมีสิทธิลาป่วยได้ การที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างป่วยจริงแล้วยื่นใบลาป่วย จึงมิใช่เป็นกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5780/2537

ข้อความในเอกสารที่เป็นปัญหา นอกจากจะมีคำรับของลูกจ้างว่ามาทำงานสายอันเป็นการกระทำฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของนายจ้างแล้ว ลูกจ้างยังให้สัญญาว่าจะไม่มาทำงานสายอีก หากไม่ปฏิบัติตามคณะกรรมการสอบสวนจะได้พิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2532

โจทก์เป็นลูกจ้างและเป็นพนักงานขายของจำเลย ได้ขายสินค้าของจำเลยให้แก่ลูกค้า แล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จึงทำบันทึกตกลงให้จำเลยเรียกร้องเงินค่าสินค้าของลูกค้าดังกล่าวจากโจทก์โดยให้ถือว่าโจทก์ได้รับชำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3525/2531

ค่ารถบริการรับส่งที่นายจ้างทดรองจ่ายไปก่อนแทนลูกจ้างแล้วนำมาหักกับค่าจ้างของลูกจ้างตามที่ตกลงกัน เงินที่หักก็เป็นจำนวนอันสมควรที่นายจ้างได้จ่ายไปตามความเป็นจริง ถือได้ว่าเงินที่หักนั้นเป็นหนี้อันเกิดแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1257/2531

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ฯ ข้อ 30 ห้ามมิให้นายจ้างนำหนี้อื่นมาหักจากเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง คำว่า 'หนี้อื่น' นี้หมายถึงหนี้อื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสัญญ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้