Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยที่ 1 ยอมชดใช้เงินให้โจทก์ศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้วจำเลยที่ 1 กลับเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลย ขอให้ใช้ค่าเสียหายอ้างว่าโจทก์และทนายความของจำเลยร่วมกันฉ้อฉลทำสัญญาประนีประนอมต่อศาลให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในคดีดังกล่าวดังนี้ มูลคดีที่จำเลยนำไปฟ้องก็คือมูลคดีที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีนี้ จึงเป็นการฟ้องในมูลคดีเรื่องเดียวกัน มิใช่เป็นการฟ้องคดีเรื่องอื่นตามความหมายมาตรา 293 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อันจะเป็นเหตุให้ศาลงดการบังคับคดีได้ การที่ทนายความของจำเลยลงชื่อในคำบังคับซึ่งออกตามคำพิพากษาของศาล ถือได้ว่าทนายความซึ่งเป็นตัวแทนได้กระทำไปในขอบอำนาจในฐานะทนายความแทนจำเลยซึ่งเป็นตัวการย่อมมีผลผูกพันจำเลย และถือได้ว่าจำเลยทราบคำบังคับของศาลแล้ว

เนื้อความคำพิพากษา

กรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้คืนเงินมัดจำและค่าที่ดินเพราะจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจะซื้อจะขาย นำที่ดินไปโอนขายให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยไม่สุจริต เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดเงินฝากของจำเลยที่ 1 ที่ธนาคารเพื่อนำมาชำระให้โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเลยที่ 1 จึงร้องขอให้ศาลงดการบังคับคดีไว้ก่อน โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องโจทก์คดีนี้ตามสำนวนคดีแพ่งที่ 307/2515 แล้วถ้าชนะคดีก็สามารถหักกลบลบหนี้กันได้ กับร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณา ยกเลิกหมายบังคับคดีหรืองดการบังคับคดีไว้เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ทราบคำบังคับของศาล ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า

คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 307/2515 ของศาลชั้นต้นที่จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยให้ชดใช้จำนวนเงิน 160,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 อ้างว่า ถ้าเป็นฝ่ายชนะคดีก็สามารถหักกลบลบหนี้กันได้นั้น ปรากฏตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2515 ตอนหนึ่งกล่าวว่า โจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสามคนร่วมกันฉ้อฉลทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 150,000 บาท จนศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสามคนเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่ (คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 307/2515) ดังนี้เหตุที่จำเลยที่ 1 ฟ้องโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาให้ใช้ค่าเสียหายในคดีแพ่งดังกล่าว

เนื่องจากจำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสามร่วมกันฉ้อฉลทำสัญญาประนีประนอมยอมความ มูลคดีที่นำไปฟ้องก็คือมูลคดีที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีนี้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง จำเลยที่ 1 เอาเหตุที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีนี้ไปฟ้องเป็นคดีแพ่งขึ้นใหม่นั่นเอง จึงเป็นการฟ้องในมูลกรณีเรื่องเดียวกันกับคดีเรื่องนี้ มิใช่เป็นการฟ้องคดีเรื่องอื่นตามความหมายมาตรา 293แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อันจะเป็นเหตุให้ศาลงดการบังคับคดีได้ ส่วนในเรื่องที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบคำบังคับของศาล การที่ทนายความของจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในคำบังคับของศาล ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ทราบคำบังคับของศาลนั้นปรากฏว่าคำพิพากษาตามยอมในคดีนี้ศาลได้ออกคำบังคับแล้วโดยนายนุกูล

ธรรมสาคร ทนายความของจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานแสดงว่าได้ทราบคำบังคับของศาลแล้ว การที่ทนายความของจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในคำบังคับซึ่งออกตามคำพิพากษาของศาลถือได้ว่าทนายความของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทน ได้กระทำไปในขอบเขตอำนาจในฐานะทนายความแทนจำเลยที่ 1 ตัวความซึ่งเป็นตัวการย่อมมีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ทราบคำบังคับของศาลแล้ว และการที่จำเลยที่ 1 แต่งตั้งทนายความคนใหม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมคดีนี้ตลอดจนในเรื่องที่จำเลยที่ 1 ร้องขอให้ศาลงดการบังคับคดี พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบคำบังคับของศาลตั้งแต่วันที่ศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้งดการบังคับคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้