Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้รับประโยชน์แจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงเรื่องรถยนต์หายและขอให้ใช้ค่าทดแทนตามสัญญา ถือได้ว่าแจ้งแทนผู้เอาประกันภัยแล้วทั้งเงื่อนไขในสัญญาก็หาได้กำหนดว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ทราบในเวลาอันสมควร ผู้รับประกันภัยจะพ้นจากความรับผิด กลับกำหนดไว้ว่าอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการไม่แจ้งให้ทราบเท่านั้น ผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 56,290 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 3 ชำระเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีเฉพาะจำเลยที่ 3 มีทุนทรัพย์เพียง 25,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ฎีกาของจำเลยที่ 3 มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยคือฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งเรื่องรถยนต์หายให้จำเลยที่ 3 ทราบโดยตรงแต่กลับให้โจทก์แจ้งแทนจำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยหรือไม่ และศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 3 ใช้แทนโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ปัญหาข้อแรกจำเลยที่ 3 อ้างว่าฟ้องเคลือบคลุมเพราะโจทก์ไม่แยกฟ้องตามมูลสัญญาเช่าซื้อและสัญญาประกันภัยออกจากกัน และขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างทั้งสองประการนั้นไร้สาระ เพราะฟ้องจะเคลือบคลุมหรือไม่นั้น ข้อสำคัญอยู่ที่ว่าได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาหรือไม่ หาได้เกี่ยวกับข้อที่จำเลยอ้างเลยไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาข้อ 2 จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยหรือไม่จำเลยที่ 3 ฎีกาอ้างเหตุปฏิเสธความรับผิดว่า เพราะจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบในเวลาอันสมควรตามเงื่อนไขทั่วไปข้อ 1.3.1 ในสัญญาประกันภัย ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2521รถยนต์ที่จำเลยที่ 3 รับประกันภัยไว้หายไปจากที่จอดประจำ จำเลยที่ 1 ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่ในวันเดียวกันตามเอกสารหมาย

จ.7 แล้วจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ทราบโจทก์มีหนังสือลงวันที่ 23 มิถุนายน 2521 แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบ จำเลยที่ 3ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 เดียวเดียวกันตามเอกสารหมาย จ.8 จ.9ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้เอาประกันภัยก็ตาม แต่โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ การที่โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบถึงเรื่องรถยนต์หายและขอให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทดแทนตามสัญญาถือได้ว่าแจ้งแทนจำเลยที่ 1ผู้เอาประกันภัยแล้ว ทั้งเงื่อนไขตามข้อ 1.3.1 ก็หาได้กำหนดว่าถ้าผู้เอาประกันไม่ปฏิบัติแล้วจำเลยที่ 3 พ้นจากความรับผิดตามสัญญา กลับกำหนดไว้ว่าอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการที่ผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้ทราบเท่านั้น จำเลยที่ 3 จึงต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยปัญหาเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยที่ 3เสียแทนโจทก์นั้น เนื่องด้วยคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 3 มีทุนทรัพย์ 25,000 บาทศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทั้งหมด และศาลอุทธรณ์ให้รับผิดเพียงครึ่งหนึ่งนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเกินกว่าทุนทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 ถูกฟ้องไม่ชอบด้วยพิจารณาศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้องพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 เสียค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลของทุนทรัพย์ 25,000 บาท โดยกำหนดค่าทนายความ1,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาทแทนโจทก์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · อัมพล สุวรรณภักดี · สหัส สิงหวิริยะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12377/2558

สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อมีการแสดงเจตนาทำคำเสนอคำสนองถูกต้องตรงกัน ตามคำขอเอาประกันภัยรถยนต์ ระบุว่า อ. ขอเอาประกันภัยรถยนต์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2551 โดยมีความประสงค์ให้กรมธรรม์มีผลบังคับตั้งแต่วัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2549

กรมธรรม์มีคำจำกัดความของคำว่า อุบัติเหตุ หมายความถึงเหตุการณ์อันเป็นปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และทำให้เกิดผลที่บุคคลผู้เอาประกันภัยมิได้มีเจตนาหรือมุ่งหวัง การที่โจทก์วิ่งอย่างเร็วแล้วหมุนตั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2545

กรมธรรม์ประกันภัยเป็นเอกสารซึ่งผู้รับประกันภัยได้ทำขึ้นภายหลังที่ได้มีสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคสองบัญญัติให้ผู้รับประกันภัยส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอันมีเนื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้