Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21782)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินบางส่วนจากจำเลยโดยหนังสือสัญญาเช่าข้อหนึ่งระบุว่า หากจำเลยต้องการจะขายที่ดินซึ่งรวมถึงที่ดินที่โจทก์เช่าอยู่แล้ว จำเลยจะต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่าให้โจทก์ในราคาเท่ากับที่เสนอขายให้บุคคลอื่น ต่อมาผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะขายที่ดินของจำเลยให้แก่ผู้มีชื่อในราคา 4,500,000 บาท หากโจทก์สนใจขอให้ติดต่อด่วนเมื่อโจทก์ได้แสดงเจตนาตอบรับจะซื้อที่ดินตามราคาที่จำเลยเสนอขายตามส่วนของที่ดินแล้ว จำเลยก็ต้องขายที่ดินให้แก่โจทก์ในราคาดังกล่าว จำเลยจะอ้างว่าข้อความตามสัญญาเช่ายังไม่มีผลใช้บังคับตราบใดที่จำเลยยังมิได้ขายที่ดินให้แก่บุคคลอื่นมิได้ เพราะมิฉะนั้นสัญญาเช่าดังกล่าวก็จะไม่มีผลในเมื่อจำเลยขายที่ดินทั้งแปลงให้บุคคลอื่นไปแล้ว จำเลยก็ย่อมไม่มีที่ดินมาขายให้โจทก์ตามสัญญาได้อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันไปทำการจดทะเบียนการซื้อขายและแบ่งแยกที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 40 ตารางวา ให้แก่โจทก์ในราคา168,946.96 บาท หากจำเลยไม่ยินยอมไปจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยทั้งห้าให้การว่าจำเลยไม่เคยเสนอขายที่ดินให้โจทก์ โจทก์จำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงจากคู่ความทุกฝ่ายแล้วมีคำสั่งงดสืบพยานแล้วออกไปเดินเผชิญสืบที่ดินพิพาท และพิพากษาให้จำเลยร่วมกันไปจดทะเบียนซื้อขายแบ่งแยกโอนที่ดินเฉพาะส่วนที่โจทก์เช่าทำถนนตามสัญญา ถ้าจำเลยไม่ไปจดทะเบียนซื้อขายให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งห้าจะต้องขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 หรือไม่นั้น เห็นว่าตามหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ข้อ 9 มีข้อความชัดเจนว่า หากจำเลยทั้งห้าต้องการจะขายที่ดินของตนซึ่งรวมถึงที่ดินพิพาทที่โจทก์ที่ 1 เช่าอยู่แล้ว จำเลยทั้งห้าจะต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่าคือที่ดินพิพาทให้โจทก์ที่ 1 ในราคาเท่ากับที่เสนอขายให้บุคคลอื่นดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากหนังสือของนายวิเศษผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยทั้งห้าแจ้งให้โจทก์ที่ 1 ทราบว่า ประสงค์จะขายที่ดินของจำเลยทั้งห้าให้แก่ผู้มีชื่อในราคา 4,500,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.5 และโจทก์ที่ 1 ได้แสดงเจตนาตอบรับจะซื้อที่ดินพิพาทในราคาที่จำเลยทั้งห้าเสนอขายตามส่วนของที่ดินแล้ว จำเลยทั้งห้าจึงต้องขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ในราคาดังกล่าว

ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่าตามหนังสือสัญญาเช่าที่ดินข้อ 9 หมายถึงในกรณีที่จำเลยต้องการขายที่ดินให้กับบุคคลอื่นอย่างจริงจัง ตราบใดที่จำเลยยังมิได้ขายที่ดินให้กับบุคคลอื่น สัญญาเช่าข้อ 9 ยังไม่มีผลใช้บังคับนั้น เห็นว่าตามหนังสือสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าวหาได้มีข้อความระบุไว้ดังฎีกาของจำเลยไม่ และถ้าหากจะต้องตีความในสัญญาดังจำเลยอ้างคือ จำเลยต้องทำการขายที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกก่อนสิทธิของโจทก์ที่จะขอซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยจึงจะเกิดขึ้นแล้วหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ข้อ 9 ก็จะไม่มีผล เพราะหากจำเลยทั้งห้าขายที่ดินของตนทั้งแปลงให้แก่บุคคลอื่นไปแล้ว จำเลยทั้งห้าจะเอาที่ดินพิพาทมาขายให้แก่โจทก์ที่ 1 อีกได้อย่างไร

ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า หนังสือของนายวิเศษตามเอกสารหมาย จ.5 เป็นเพียงการทาบทามหรือลองถามถึงความต้องการของโจทก์ไม่ถือเป็นคำเสนอของจำเลยนั้น เห็นว่า ข้ออ้างดังกล่าวนอกจากจะขัดกับข้อความในเอกสารหมาย จ.5 แล้ว ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 17 เมษายน 2528 จำเลยที่ 1 ยังแถลงยอมรับว่า ได้มอบอำนาจให้นายวิเศษบอกขายที่ดินของจำเลยทั้งห้าทั้งแปลงจริง และยังแถลงรับต่อไปว่า มีผู้สนใจจะซื้อที่ดินดังกล่าวในราคา4,500,000 บาท ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์ที่ 1 จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งห้าฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21781)

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินบางส่วนจากจำเลยโดย หนังสือสัญญาเช่าข้อหนึ่งระบุว่าหากจำเลยต้องการจะขายที่ดินซึ่ง รวมถึง ที่ดินที่โจทก์เช่า อยู่แล้ว จำเลยจะต้อง ขายที่ดินเฉพาะ ส่วนที่เช่า ให้โจทก์ในราคาเท่ากับที…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 21783)

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินบางส่วนจากจำเลยโดยหนังสือสัญญาเช่าข้อหนึ่งระบุว่า หากจำเลยต้องการจะขายที่ดินซึ่งรวมถึงที่ดินที่โจทก์เช่าอยู่แล้ว จำเลยจะต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่าให้โจทก์ในราคาเท่ากับที่เสนอข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2549

จำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ โดยสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาท ข้อ 2 ระบุว่า "ผู้ซื้อสัญญาว่า ถ้าเลิกกิจการเลื่อยไม้ หรือโอนกิจการให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้ซื้อไม่ทำประโยชน์กับที่ดินผืนนี้แล้ว ผู้ซื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2540

โจทก์และจำเลยทำสัญญาร่วมลงทุนดำเนินการขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย โดยโจทก์ได้มอบยานพาหนะให้จำเลยควบคุมดูแลรักษาใช้งาน มีกำหนด 60 เดือน นับแต่วันส่งมอบ ยานพาหนะ ทั้งนี้โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 108829)

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินบางส่วนจากจำเลยโดยหนังสือสัญญาเช่าข้อหนึ่งระบุว่าหากจำเลยต้องการจะขายที่ดินซึ่ง รวมถึง ที่ดินที่โจทก์เช่าอยู่แล้ว จำเลยจะต้องขายที่ดินเฉพาะส่วนที่เช่า ให้โจทก์ในราคาเท่ากับที่เสน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้