Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2178/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์เป็นครูสอนวิชาสามัญร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประเมินผลและมาตรฐานทางการศึกษา เมื่อจำเลยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏผลว่าไม่มีการกระทำความผิดตามที่โจทก์ร้องเรียนดังกล่าว ก็กลับเป็นผลดีแก่โรงเรียนของจำเลยที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการเรียนการสอนและการประเมินผลตามมาตรฐานการศึกษา ทั้งไม่ได้ความว่าโจทก์มีเจตนาใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้อำนวยการโรงเรียนของจำเลยประการใด แม้ตามหนังสือร้องเรียนที่โจทก์เป็นผู้จัดทำ จะมีถ้อยคำเสียดสีไม่สุภาพ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นครูซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีไปบ้าง แต่การกระทำของโจทก์ก็ยังไม่เพียงพอที่จะถือได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่จำเลย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงเรียนจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 583 พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 4 พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 11,645 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าชดเชย 23,820 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2552 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 11,645 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และค่าชดเชย 23,820 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดอกเบี้ยทุกรายการนับตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2552 ไปจนกว่าได้ชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า จำเลยเป็นผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเอกชน ชื่อโรงเรียนพระนครบริหารธุรกิจ ตั้งอยู่ที่ถนนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร มีนักเรียนประมาณ 500 คน มีครูผู้สอน 26 คน ซึ่งยังประกอบกิจการอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โจทก์ได้ร้องเรียนนางอรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนของจำเลย ซึ่งมีรายละเอียดแยกเป็นข้อ บางข้อที่ดูเหมือนมีความร้ายแรง เช่น ในข้อที่ 3 อ้างว่าผู้บริหารหรือผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมกับฝ่ายวิชาการโกงเงินโรงเรียนมีรายละเอียดประกอบซึ่งตามทางนำสืบเองก็ปรากฏข้อเท็จจริงที่ทำให้โจทก์เข้าใจได้ว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง เช่นกรณีของนักเรียนที่ชื่อนายปิยะ ที่โจทก์ยืนยันว่ายังเรียนไม่จบอย่างน้อยก็สอบไม่ผ่านวิชาที่โจทก์เป็นผู้สอนอยู่อีกวิชาหนึ่ง แต่ปรากฏว่าผู้บริหารและโรงเรียนได้ออกหลักฐานว่านักเรียนผู้นี้จบการศึกษาไปแล้ว

โจทก์จึงเชื่อโดยสุจริตใจว่าเกิดเหตุการณ์ทำนองดังกล่าวขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้ผู้บริหารหรือทางโรงเรียนเห็นว่าการที่โจทก์ทำบันทึกดังกล่าวขึ้นหรือร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นจนมีการตั้งกรรมการขึ้นจากทั้งภายในโรงเรียนและจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนและไม่พบมูลความผิด ก็มิใช่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง ข้อเท็จจริงจึงพอจะมีมูลตามที่โจทก์ทำบันทึกขึ้นหรือร้องเรียนไปดังกล่าว นอกจากนี้หนังสือดังกล่าวของโจทก์บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เจตนาดีต่อโรงเรียนของจำเลย เช่น การตำหนิเรื่องปล่อยปละละเลยสิ่งเสพติดหรือระเบียบวินัยของนักเรียนที่ได้มีการปล่อยปละละเลยโดยผู้บริหารแม้จะมีสรุปการสอบสวนเรื่องที่โจทก์ร้องเรียนและไม่พบการกระทำความผิดใด

ๆ โดยมติที่ประชุมสรุปว่าผู้อำนวยการโรงเรียนปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบตามหน้าที่ที่รับผิดชอบของผู้บริหารโดยถือว่าการร้องเรียนของโจทก์เป็นการกล่าวหาผู้บังคับบัญชาโดยไม่มีหลักการและเหตุผลอันสมควร ถือว่าผิดวินัย ผิดจรรยาบรรณครู แล้ววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงพอจะมีมูลแต่ทำให้เห็นลักษณะของโจทก์ว่าเป็นคนที่มีความคิดที่ทำให้เข้ากับบุคคลอื่นหรือเพื่อนร่วมวิชาชีพได้ลำบาก ถือเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นหลัก การทำหนังสือร้องเรียนบางข้อ เช่น อ้างว่าผู้บริหารส่องกล้องดูพฤติกรรมนักเรียน ก็มาร้องเรียนผู้บริหารที่แม้จะมีมูลความจริงแต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะนำมาเป็นข้อร้องเรียนเพราะเป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ส่วนการกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารทุจริตแม้จะพอมีมูลที่จะให้โจทก์กระทำเช่นนั้นได้ก็ไม่ใช่เป็นความผิดอันร้ายแรง จึงมิใช่กรณีที่โจทก์จงใจขัดคำสั่งหรือระเบียบของจำเลยหรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต

ไม่ได้กระทำผิดใดอันจะทำให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องรับผิดชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้าง แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยหรือไม่ โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ไม่มีความเหมาะสมในการเป็นครู ใช้วาจาไม่สุภาพ มีพฤติกรรมให้ร้ายเพื่อนครูโดยการร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนของจำเลยหาได้เป็นการแสดงเจตนาดีต่อโรงเรียนของจำเลยไม่ หากแต่เป็นการจงใจทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหายถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง และฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรง

จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์นั้น เห็นว่า เมื่อคดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า เหตุที่โจทก์ร้องเรียนนางอรวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนจำเลยว่าทุจริตต่อหน้าที่ ขาดความรับผิดชอบ ไม่มีคุณธรรม นั้น เกิดจากการที่โจทก์เชื่อโดยสุจริตใจว่ามีเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้นจริงจากกรณีของนักเรียนที่ชื่อนายปิยะ ที่ไม่อาจจบการศึกษาได้ เนื่องจากสอบไม่ผ่านวิชาที่โจทก์เป็นครูผู้สอนอยู่อีกวิชาหนึ่ง แต่ปรากฏว่าผู้บริหารและโรงเรียนได้ออกหลักฐานว่านายปิยะจบการศึกษาไปแล้ว การที่โจทก์ร้องเรียนในเรื่องดังกล่าวก็เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประเมินผลและมาตรฐานทางการศึกษา ซึ่งเมื่อจำเลยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แล้วปรากฏผลว่าไม่มีการกระทำผิดตามที่โจทก์ร้องเรียนดังกล่าว

ก็กลับเป็นผลดีแก่โรงเรียนของจำเลยที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการเรียนการสอนและการประเมินผลตามมาตรฐานทางการศึกษา ทั้งไม่ได้ความว่าโจทก์มีเจตนาใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้อำนวยการโรงเรียนของจำเลยประการใด แม้ตามหนังสือร้องเรียนที่โจทก์เป็นผู้จัดทำ จะมีถ้อยคำเสียดสีไม่สุภาพแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นครูซึ่งต้องเป็นแบบอย่างที่ดีไปบ้าง แต่การกระทำของโจทก์ยังไม่เพียงพอ ที่จะถือได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่จำเลย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโรงเรียนจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรงดังเช่นที่จำเลยอุทธรณ์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุนันท์ ชัยชูสอน
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายยงยุทธ สมัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.19/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
มบ223/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
มบ508/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7189/2562

ในการทำงานโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงต่อการรักษาความลับและพันธกรณีอื่น ๆ โดยโจทก์ยินยอมที่ป้องกันรักษาความลับของข้อมูลและสารสนเทศของจำเลย อันแสดงให้เห็นว่า จำเลย ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและเก็บรักษาข้อมูล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6609/2561

การที่โจทก์ให้ ณ. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคารจำเลย สาขาพาราไดซ์ พาร์ค และเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับธนาคาร ท. สาขาหนึ่งพัน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายให้จากนั้นให้ ณ. สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ท. จำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4110/2561

โจทก์เป็นผู้จัดการแผนกคลังสินค้ามีหน้าที่จัดทำเอกสารใบควบคุมการส่งสินค้าเพื่อจ่ายสินค้า ออกจากคลังสินค้าและจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า ทั้งนี้ก่อนนำสินค้าขึ้นรถขนส่งจะต้องมีการตรวจสอบรายการสินค้าให้ครบถ้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้