Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเรียกค่าจ้างว่าความซึ่งกำหนดจำนวนเงินไว้แน่นอนนั้น หาใช่เป็นการแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความไม่ ไม่เป็นโมฆะ และปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้วินิจฉัยให้ก็ตาม จำเลยชอบที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ สัญญาจ้างว่าความมีว่า จำเลยจะให้ค่าจ้างแก่โจทก์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว สิทธิ์เรียกร้องของโจทก์จึงอาจเริ่มบังคับได้เมื่อคดีถึงที่สุด อายุความฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความมีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(15)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ฟ้องนางสาวประเสริฐ เอกพจน์ ให้โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๗๗ ให้จำเลย และให้โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินดังกล่าว ซึ่งนางสาวประเสริฐได้จดทะเบียนโอนขายให้พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ และพันตำรวจตรีกมลจดทะเบียนโอนขายต่อให้นายกำพล วัชรพล โดยจำเลยตกลงให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ จำเลยได้จ้างโจทก์ว่าความแทนทนายความคนเดิมซึ่งจำเลยได้ยื่นฟ้องพันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ ข้อหาฐานปลอมหนังสือ ใช้หนังสือปลอม เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ดำเนินคดีให้จำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ ขอบังคับจำเลยชำระเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า เคยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความตกลงค่าจ้างกันเป็นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท โดยตกลงว่าให้โจทก์ฟ้องคดีอาญาพันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ กับพวก ถ้าหากจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี โจทก์จะไม่คิดค่าจ้างว่าความ ข้อตกลงนี้ให้เหมารวมทั้งคดีที่พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาแจ้งความเท็จเกี่ยวกับที่ดินโฉนดที่ ๑๐๗๗ ด้วย ในระหว่างการดำเนินคดีอาญาดังกล่าว โจทก์ให้จำเลยฟ้องนางสาวประเสริฐ เอกพจน์, พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ และนายกำพล วัชรพล เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว และว่าคดีอาญาที่ฟ้องพันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ ต้องแพ้แน่ ฉะนั้นจึงไม่คิดค่าจ้างว่าความตามที่ตกลงไว้ แต่จะขอค่าจ้างว่าความคดีแพ่งที่จะฟ้องใหม่เป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และโจทก์จะหักออกจากสัญญาจ้างฉบับลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ โดยถือว่าเงินสองแสนบาทเป็นส่วนของคดีอาญาซึ่งโจทก์จะไม่คิดเอาค่าจ้างว่าความ

จำเลยไม่ได้ลงชื่อในสัญญาจ้างว่าความฉบับลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ หรือหากลงชื่อไปก็โดยสำคัญผิด ทุนทรัพย์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๖๔๗๘/๒๕๑๑ ที่จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องมีเพียง ๕๐๐,๐๐๐ บาท หากต้องเสียค่าทนายความให้โจทก์ ๔๕๐,๐๐๐ บาท เป็นการเอาเปรียบจำเลยโดยไม่ชอบ จำเลยควรเสียค่าทนายความให้โจทก์เพียง ๓๐,๐๐๐ บาท คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาจ้างว่าความฉบับลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ เป็นเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาทจริง จำเลยยังมิได้ชำระเงินให้โจทก์ ส่วนสัญญาจ้างว่าความลงวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ นั้น เชื่อว่าจำเลยได้ทำไว้จริง แต่เป็นการตกลงให้ฟ้องเฉพาะคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๒๓๒/๒๕๐๘ คดีเดียว และจำเลยจะต้องชนะด้วย

เมื่อจำเลยแพ้คดี จำเลยจึงไม่ต้องชำระเงินให้โจทก์ คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ ๒๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้ทำสัญญาจ้างว่าความทั้งสองฉบับตามฟ้องจริง และไม่เชื่อว่ามีข้อตกลงว่าโจทก์จะไม่คิดค่าจ้างว่าความหากคดีอาญาแพ้ คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๔๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์เรียกร้องค่าจ้างว่าความสูงเกินอัตราขอให้ลดลงและเป็นการคำนวณแบ่งเอาทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทจากลูกความเป็นโมฆะนั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยตกลงกับโจทก์ว่าจะให้ค่าจ้างว่าความเป็นจำนวนเท่าใด และเมื่อโจทก์ได้ว่าความให้ตามที่ตกลงจนคดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้ จำเลยต้องชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ตามที่ตกลง จะขอให้ศาลลดให้มิได้ ส่วนที่อ้างว่าเป็นการคำนวณแบ่งเอาทรัพย์สินจากลูกความเป็นโมฆะนั้น จำเลยชอบจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนและแม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้วินิจฉัยให้ก็ตาม

ศาลฎีกาเห็นว่าการเรียกค่าจ้างว่าความตามเอกสาร หมาย จ.๑ และเอกสารหมาย จ.๒ ซึ่งกำหนดจำนวนเงินไว้แน่นอนนั้นหาใช่เป็นการแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความไม่ จึงไม่เป็นโมฆะดังที่จำเลยฎีกา ปัญหาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยตกลงจะจ่ายเงินค่าจ้างว่าความให้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีแพ่งเกี่ยวกับที่ดินโฉนดที่ ๑๐๗๗ คือคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๖๕๙/๒๕๐๙ คดีหมายเลขแดงที่ ๖๔๗๘/๒๕๑๑ ของศาลแพ่ง เพิ่งอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๔ และคดีอาญาตามเอกสารหมาย จ.๒ เพิ่งอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ และจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งวันที่อ่านคำพิพากษานี้อย่างใด ดังนั้นการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๑๕ จึงหาขาดอายุความไม่ เพราะยังไม่พ้นกำหนด ๒ ปีนับตั้งแต่วันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิ์เรียกร้องได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ
ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้