Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2170/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บิดาทำสัญญาต่างตอบแทนให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของบุตรผู้เยาว์ตลอดชีวิตผู้เช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากศาล เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 การให้เช่ามีผลผูกพันบุตรผู้เยาว์เพียง 3 ปีจำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแต่เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถานและสั่งกำหนดประเด็นนำสืบ ไม่ได้กำหนดประเด็นนำสืบข้อนี้ไว้ และจำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้น ดังนี้ จำเลยจะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226, 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของอาคารเลขที่ 130 โจทก์ให้เช่าอาคารดังกล่าวเป็นเวลา 20 ปีมาแล้ว โดยตกลงกันด้วยวาจา เมื่อ 5 เดือนมานี้ จำเลยค้างค่าเช่าเป็นเงิน 300 บาท โจทก์จึงขอเลิกการเช่า ให้จำเลยออกไปจากอาคารของโจทก์ จำเลยไม่ยอมออกไป ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากอาคารของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและชำระค่าเช่าตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีจำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาต่างตอบแทน กับนายสงวน นิลดำ บิดาโจทก์ โดยจำเลยออกเงินสร้างอาคารขึ้นในที่ดินของโจทก์ และโจทก์ตกลงให้จำเลยเช่าอาคารนี้ตลอดชีวิต ต่อมาโจทก์จะรื้ออาคารนี้เพื่อสร้างตึกใหม่แต่ตกลงกับจำเลยไม่ได้

โจทก์จึงไม่มาเก็บค่าเช่าจากจำเลย จำเลยไม่ใช่ผู้ผิดสัญญา โจทก์มิได้บอกเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่าห้องพิพาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยทำสัญญาต่างตอบแทนกับจำเลย จำเลยเช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ตกลงให้เงินกินเปล่าโจทก์ หากนายสงวน นิลดำ ทำสัญญาต่างตอบแทนให้จำเลยเช่าเกินกว่า 3 ปีจริงก็ขัดต่อกฎหมาย เพราะมิได้รับอนุญาตจากศาล ใช้บังคับไม่ได้โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอนุญาตศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยและวินิจฉัยว่า นายสงวน นิลดำ บิดาเป็นผู้ทำนิติกรรมแทนบุตรผู้เยาว์โดยมิได้รับอนุญาตจากศาล ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 และเป็นโมฆะตามมาตรา 113 การเช่ารายนี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ

โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวก่อน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่า พิพากษาขับไล่จำเลยที่ 2 และบริวารออกจากอาคารและให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากอาคารพิพาท ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างถึงวันฟ้อง และยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะเป็นสัญญาต่างตอบแทนดังจำเลยอ้าง แต่เป็นการให้สิทธิจำเลยที่ 2 เช่าอาคารพิพาทรวมทั้งที่ดินของโจทก์อยู่จนตลอดชีวิตของจำเลยที่ 2 เป็นการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์เกินกว่า 3 ปี โดยผู้แทนโดยชอบธรรมมิได้รับอนุญาตจากศาล เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 1546 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การให้เช่าอาคารดังกล่าวของโจทก์มีผลผูกพันโจทก์เพียง 3 ปี เรื่องการบอกเลิกการเช่านั้น ฟ้องของโจทก์ระบุว่า โจทก์ได้แจ้งเลิกการเช่ากับจำเลยที่ 2 แล้ว แม้จำเลยที่ 2 จะให้การว่า โจทก์ไม่เคยบอกเลิกการเช่ากับจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถานและสั่งกำหนดประเด็นนำสืบ ไม่ได้กำหนดประเด็นนำสืบในข้อนี้ไว้ จำเลยก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้น ดังนั้น จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาไม่ได้เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 226 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้