Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เบิกอะไหล่ของจำเลยผู้เป็นนายจ้างไปหลายชิ้นเพื่อซ่อมรถยนต์โดยสารของจำเลย บางชิ้นได้นำไปเปลี่ยนใส่ในรถยนต์โดยสารของจำเลยแล้ว บางชิ้นก็คงเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ที่ทำงานของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ ดังนั้นจำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานแล้วมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย โดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง และเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 4 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยตำแหน่งช่างเครื่องจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์เบิกอะไหล่ไปซ่อมรถของจำเลย ๓ คัน แล้วไม่นำอะไหล่ไปเปลี่ยนให้แก่รถของจำเลยดังกล่าวซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพราะโจทก์เพียงแต่สับเปลี่ยนอะไหล่รถผิดคันเท่านั้น มิได้ทุจริตและจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ทั้งอะไหล่ที่เบิกไปก็ยังอยู่ครบ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินกองทุนบำเหน็จ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยให้โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์เบิกอะไหล่ไปหลายรายการไปเพื่อซ่อมและเปลี่ยนให้รถของจำเลย ๓คันแต่โจทก์กลับให้นายอนันต์ ฤทธิพันธ์ ผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์นำอะไหล่ที่ขอเบิกมา ไปเก็บครอบครองไว้โดยมีเจตนาร่วมกันทุจริต จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนโจทก์แล้ว เห็นว่าโจทก์กระทำผิดจริงและเป็นการปฏิบัติผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง คณะกรรมการมีความเห็นให้ลงโทษปลดออกโดยไม่ได้รับบำเหน็จ แต่โจทก์ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อนจึงปราณีลดโทษให้เหลือเพียงให้ออกจากงานโดยได้รับบำเหน็จ จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมแล้วโดยจำเลยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และการกระทำของโจทก์ถือว่าเป็นการปฏิบัติผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาต่อจำเลยหรือมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ไม่มีระเบียบของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามกระทำ และเคยมีการกระทำเช่นนี้มาก่อนเพียงแต่ต้องมีการขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น อะไหล่ที่โจทก์เบิกไปปรากฏว่ามีการนำไปใส่ในรถบางชิ้น ส่วนบางชิ้นก็คงเก็บไว้ในตู้เก็บอะไหล่ที่ที่ทำงานของโจทก์ ทั้งการกระทำของโจทก์ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ว่าระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับของจำเลยที่ระบุว่าระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยต้องกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจึงจะใช้บังคับได้ การที่โจทก์ฝ่าฝืนธรรมเนียมปฏิบัติของจำเลยที่เคยกระทำติดต่อกันมาเป็นเวลานานย่อมถือว่าฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยไม่มีระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้น จำเลยจะเอาธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาเป็นเวลานานแล้วมาอ้างว่าเป็นระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยโดยถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เป็นกรณีร้ายแรงและเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์หาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายศุภชัย ภู่งามศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2568

การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ระบุไว้ทำนองเดียวกันว่า ให้ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุมเพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2568

เมื่อผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวของบริษัทผู้คัดค้านที่ 1 ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้ว แม้มิใช่กรณีตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลว่างลงที่ผู้ร้องอาจร้องขอให้แต่งตั้งผู้แทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3196/2567

คำร้องของโจทก์ที่ 1 มีคำขอให้ประธานศาลฎีกาหรือที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งกำหนดว่าจะให้ถือตามคําพิพากษาศาลฎีกาที่ขัดกันคดีใด เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดกำหนดให้ประธานศาลฎีกาหรือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2567

ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 เป็นการจำกัดหรือลิดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรจะไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้